“สไตรเกอร์” เปิดตัวสำนักงานใหม่ เล็งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการแพทย์ในไทย
วันนี้ (29 พฤษภาคม 2566) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา สไตรเกอร์ หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นนำของโลก เปิดตัวสำนักงานใหม่ที่กรุงเทพมหานคร โดยเป็นสำนักงานแห่งใหม่ที่พื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม พร้อมศูนย์ฝึกอบรม สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานที่ขยายตัวมากขึ้นของอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความต้องการมากขึ้น พร้อมกันนี้ บริษัทได้เร่งนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เป็นนวัตกรรมล่าสุดมาใช้ในระบบสถานพยาบาล เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ในการยกระดับการรักษาพยาบาลให้ดีขึ้นด้วย

นายเวสลี แกรนท์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป Stryker East Asia กล่าวว่า การขยายสำนักงานและการดำเนินงานในประเทศไทย เป็นไปเพื่อรองรับความต้องการของผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น และรองรับเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงของบริษัทฯ ที่ได้คิดค้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้สไตรเกอร์มีอุปกรณ์การแพทย์ที่มากพอสำหรับสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นทั้งในประเทศไทยและตลาดประเทศแถบเอเชียตะวันออก
นายแกรนท์ กล่าวว่า ในแต่ละปี สไตรเกอร์มีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมากกว่า 130 ล้านคนทั่วโลก ใน 75 ประเทศ และยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดในโลกทั้งจากลิสต์ของ Fortune และ Great Place to Work ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พนักงานของสไตรเกอร์ในประเทศไทยเติบโตขึ้นเกือบร้อยละ 20

“เรามีทีมงานที่มีความสามารถและขับเคลื่อนภารกิจได้อย่างเหลือเชื่อ และเรารู้สึกทึ่งในความสามารถที่หลากหลายของพนักงานที่เข้ามาทำงานกับเรา เราจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนต่อไป เพื่อเร่งนำนวัตกรรมด้านการแพทย์ของเรามาใช้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความก้าวหน้าของระบบการรักษาพยาบาลของไทย” นายแกรนท์ กล่าว
นอกจากนี้ นายแกรนท์ กล่าวว่า ประชากรสูงอายุของไทยในทศวรรษหน้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 ของประชากรทั้งประเทศ แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงประชากรศาสตร์ที่มีผู้สูงอายุมากขึ้นเกือบ 1 ใน 3 ของไทย ส่งผลให้ความต้องการเทคโนโลยีหุ่นยนต์และหลอดเลือดสมองของสไตรเกอร์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ สไตรเกอร์ได้ขยายธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2558 ปัจจุบัน สไตรเกอร์มีผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้วกว่า 150 รายการ ซึ่งมีทั้งด้านการแพทย์และศัลยกรรม เทคโนโลยีด้านประสาทวิทยา และศัลยกรรมกระดูก เป็นต้น
“ส่วนด้านการดำเนินโครงการเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility) บริษัทในเครือสไตรเกอร์ เอเชียตะวันออก ได้ช่วยเหลือการผ่าตัดแก่ผู้ที่มีปัญหา ปากแหว่ง เพดานโหว่ โดยทำงานร่วมกับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม หรือ Operation Smile ซึ่งได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละปีมีผู้ได้รับการผ่าตัด ประมาณ 400 ราย ทั่วเอเชีย” นายแกรนท์ กล่าว

