ไฟเขียว!! 7 กลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิรักษา ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี! ตั้งแต่บัดนี้-31 ส.ค.66
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เป็นสิทธิประโยชน์บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดูแลคนไทย 7 กลุ่มเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ จากข้อติดขัดทางกฎหมายที่ไม่ชัดเจนถึงความครอบคลุมบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับคนไทยทุกคน ส่งผลให้การบริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เบื้องต้นจึงได้จำกัดเพียงผู้มีสิทธิบัตรทองเท่านั้น
“แต่ทั้งนี้จากความพยายามที่ได้มีการหาทางออกร่วมกัน และด้วยความห่วงใยของ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. ที่มีนโยบายให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่กับคนไทย 7 กลุ่มเสี่ยงทุกคน ทุกสิทธิการรักษาพยาบาล สปสช.จึงขอเชิญชวนคนไทย 7 กลุ่มเสี่ยงทุกคน ทุกสิทธิการรักษาพยาบาล เข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ที่หน่วยบริการตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2566 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น” นพ.จเด็จกล่าว
เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า จากภาพรวมของการให้บริการในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา จากการรายงานในระบบของ สปสช. (ข้อมูล ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2566) มีประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วจำนวน 292,615 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 10.06 ของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้ หน่วยบริการที่ร่วมให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สูงสุด 5 อันดับแรก คือ โรงพยาบาล (รพ.) สามพราน จ.นครปฐม ได้ให้บริการฉีดวัคซีนฯแล้วกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดอยู่ที่ 7,035 คน รองลงมาคือ รพ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จำนวน 6,704 คน, รพ.สุรินทร์ จำนวน 5,794 คน, รพ.สมุทรปราการ จำนวน 4,869 คน และ รพ.สงขลา จำนวน 4,506 คน

“ขณะที่ข้อมูลรายงานการให้บริการระดับจังหวัด 5 อันดับแรก ของจังหวัดที่มีการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่มากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร มีประชาชนกลุ่มเป้าหมายรับบริการแล้ว 28,863 คน รองลงมาคือ จ.สงขลา จำนวน 15,000 คน จ.ชลบุรี จำนวน 14,107 คน จ.นครปฐม จำนวน 11,610 คน และ จ.สุรินทร์ จำนวน 11,148 คน เมื่อเปรียบเทียบตามประชากรกลุ่มเป้าหมายในการให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่นั้น พบว่ากลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เป็นกลุ่มที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนฯมากที่สุด รองลงมาเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป” นพ.จเด็จกล่าว
สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ที่ได้รับสิทธิในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3.ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค คือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4.บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) 6.โรคอ้วน (น้ำหนัก > 100 กิโลกรัม หรือ BMI > 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) และ 7.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ทั้งนี้ กรณีหญิงตั้งครรภ์นั้นมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้บริการตลอดทั้งปี
โดยสามารถติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ที่หน่วยบริการ หรือสถานพยาบาลในระบบบัตรทอง ได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ หรือสถานพยาบาลตามสิทธิที่ไปรักษาเป็นประจำ โดยดูรายชื่อหน่วยบริการที่เข้าร่วมได้ที่แอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เมนูกระเป๋าสุขภาพ เลือกสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค
นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการรับบริการวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีแอพพ์เป๋าตังจะได้รับการแจ้งเตือนว่า ท่านมีสิทธิได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงไปใช้บริการ โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ สปสช. ร่วมกับธนาคารกรุงไทย เปิดให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทอง จองสิทธิการฉีดวัคซีนฯล่วงหน้าผ่าน “กระเป๋าสุขภาพ” บนแอพพ์เป๋าตังได้ ขณะที่ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ไม่สะดวกจองผ่านแอพพ์เป๋าตัง ให้โทรสายด่วน สปสช. 1330 กด 8 เพื่อจองคิวฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน
สำหรับผู้ที่อยู่ในต่างจังหวัด หรือนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่สามารถจองผ่านแอพพ์เป๋าตังได้ แต่ท่านสามารถโทรนัดรับบริการล่วงหน้าก่อน เพื่อลดความแออัดในการเข้ารับบริการวัคซีนได้เช่นกัน ทั้งนี้ การจองนัดหมายเข้ารับบริการขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละหน่วยบริการ กรุณาติดต่อสอบถามการเข้ารับบริการกับหน่วยบริการได้โดยตรง

