ประธานสภาฯลูกจ้างพัฒนาแรงงานเชื่อ 450 บาท ทำยาก! แนะใช้อัตราแรกเข้า-ค่าจ้างประจำปี
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย (สพท.) ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 450 บาท ในช่วง 100 วันแรกของว่าที่รัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งล่าสุดฝ่ายนายจ้าง/สถานประกอบการมีข้อกังวลและขอให้ทบทวนนโยบาย ว่า ในฐานะตัวแทนฝ่ายลูกจ้างที่คลุกคลีทำงานเรื่องการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างของประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนาน มองว่านโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 450 บาท ใน 100 วันแรกของพรรคก้าวไกล ทำจริงได้ยาก และเป็นห่วงว่าการใช้เรื่องนี้หาเสียงกับประชาชน และทำให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้แรงงานมีความหวังและสนับสนุนด้วยการลงคะแนนให้กันอย่างล้นหลาม หากทำไม่ได้ใน 100 วันแรกที่เข้าไปบริหารประเทศ จะเป็นปัญหาของพรรคก้าวไกลด้วย มีแนวโน้มสูงที่อาจจะทำให้ผู้ใช้แรงงานที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลไม่พอใจ จนต้องออกมาเรียกร้อง และร้องไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือ ศาลปกครอง ว่าไม่ทำตามสัญญา
“เรื่องการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำนั้น ผู้ใช้แรงงานเรียกร้องมาทุกปี แต่จะได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น มันมีองค์ประกอบ และปัจจัยหลากหลายที่ต้องนำมาพิจารณาในคณะกรรมการไตรภาคี ทั้งอัตราเงินเฟ้อ ภาวะเศรษฐกิจประเทศ การที่พรรคก้าวไกลไปกำหนดว่าต้องขึ้นค่าจ้าง 450 บาท ใน 100 วัน นั้น อาจจะเป็นเรื่องยาก และยิ่งทำให้ฝ่ายนายจ้าง/สถานประกอบการ มีความกังวล หากขึ้น 450 บาท จะเกิดปัญหาตามมาอีก คือ คนเข้าใหม่ได้ค่าจ้าง 450 บาท ทันที แต่ในส่วนของคนที่ทำงานมาก่อน 4-5 ปี ที่ได้ค่าจ้างในอัตราที่สูงอยู่แล้ว นายจ้างต้องปรับขึ้นตามด้วย คนกลุ่มนี้หากยังไม่ถึง 450 บาท ก็ต้องได้ แต่ในคนที่ได้ถึง 450 บาท อยู่แล้ว นายจ้างจะทำอย่างไร ไม่ขึ้นให้ก็มีปัญหา ขึ้นให้อีกก็มีปัญหา จึงมองว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก เรื่องนี้ในกลุ่มลูกจ้างส่วนใหญ่เข้าใจกันดี” นายมนัส กล่าว
ประธาน สพท.กล่าวว่า มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงสร้างค่าจ้างของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบคือ รัฐบาลควรทำอัตราค่าจ้างแรกเข้า และทำโครงสร้างอัตราค่าจ้างประจำปี เพื่อให้คนที่มีอายุงาน มีทักษะความสามารถ มีผลงาน มีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามอายุงานที่เพิ่มขึ้น หากจัดทำโครงสร้างอัตราค่าจ้างแบบที่เสนอจะช่วยให้องค์กรนั้นๆ ไม่มีความขัดแย้งภายใน ลูกจ้าง พนักงาน นายจ้างอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข หากทำตามแนวทางนี้ จะต้องแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 87 ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเช่นกัน

