เขตสุขภาพที่ 8 นำร่อง รพ.ทันตกรรม ช่วยประชาชนเข้าถึงการรักษา ลดเวลารอคอยได้ 4 เท่า

12.06.23 | 12:25 น.

เขตสุขภาพที่ 8 นำร่อง รพ.ทันตกรรม ช่วยประชาชนเข้าถึงการรักษา ลดเวลารอคอยได้ 4 เท่า

วันนี้ (12 มิถุนายน 2566) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนางานบริการด้านทันตกรรม ที่ จ.อุดรธานี และ จ.หนองคาย ว่า ปัญหาสุขภาพช่องปากเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ สธ.ให้ความสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันประชาชนยังเข้าถึงบริการด้านทันตกรรมได้น้อยเพราะต้องรอคิวนาน

โดยปี 2565 มีค่าเฉลี่ยการเข้าถึงบริการทันตกรรมในภาพรวมของประเทศเพียงร้อยละ 9.5 จึงมีแนวคิดให้ขยายบริการและยกระดับเป็นสถานบริการเฉพาะทาง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการมากขึ้น ซึ่งเขตสุขภาพที่ 8 มีความพร้อมและมีแผนที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานเป็นโรงพยาบาลทันตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

Advertisement

นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 8 กล่าวเสริมว่า การเข้าถึงบริการ
ทันตกรรมในภาพรวมของเขตสุขภาพที่ 8 อยู่ที่ร้อยละ 10.53 ซึ่งแม้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ แต่ยังสามารถเพิ่มศักยภาพการบริการได้ โดยโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 8 ทั้ง 7 จังหวัด ได้เพิ่มยูนิตให้บริการและขยายเวลาในการให้บริการนอกเวลาราชการ พร้อมทั้งเตรียมจัดตั้งโรงพยาบาล (รพ.) ทันตกรรม ที่ จ.อุดรธานี และ จ.หนองคาย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการทันตกรรมเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 และช่วยลดระยะเวลารอคอยการอุดฟันจาก 2.3 เดือน เหลือ 15 วัน การใส่ฟันเทียม/รักษารากฟัน จาก 3-4.4 เดือน เหลือ 1 เดือน

“โดย จ.อุดรธานี อยู่ระหว่างนำร่องจัดตั้ง รพ.ทันตกรรมชั่วคราว รองรับบริการผู้ป่วยนอก 5 ยูนิต ผู้ป่วยใน 2 เตียง ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) นาข่า อ.เมือง จะเปิดให้บริการในเดือนกันยายนนี้ และสร้าง รพ.ทันตกรรม ที่ ต.สามพร้าว อ.เมือง ให้บริการด้านทันตกรรมที่ครอบคลุม พร้อมเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางด้านบริการทันตกรรมในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ส่วน จ.หนองคาย มีแผนจัดสร้าง รพ.ทันตกรรม ขนาด 16 ยูนิต ในปี 2568” นพ.ปราโมทย์ กล่าว