แพทย์แนะผู้ปกครองสังเกตบุตรหลาน ห่วง! เป็น “ดิสเล็กเซีย” คิดไวแต่อ่านสะกดไม่คล่อง
วันนี้ (15 มิถุนายน 2566) นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ดิสเล็กเซีย (Dyslexia) คือ ภาวะผิดปกติ หรือความบกพร่องทางด้านการอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ภาษา จัดเป็นความผิดปกติด้านการเรียนรู้ (Learning Disorder) ประเภทหนึ่ง ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของภาวะดิสเล็กเซียอย่างชัดเจน แต่มีแนวโน้มที่จะมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้ากว่าวัย ซึ่งส่งผลต่อสมองส่วนที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาและการอ่านหนังสือ

นพ.วีรวุฒิ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ส่งผลให้เกิดภาวะดิสเล็กเซียได้ เช่น ในครอบครัวมีภาวะ ดิสเล็กเซีย หรือมีปัญหาด้านการเรียนรู้อื่นๆ เด็กที่คลอดก่อนกำหนด หรือมีน้ำหนักตัวแรกเกิดต่ำกว่าปกติ การได้รับยา/สารเสพติด หรือแอลกอฮอล์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ รวมถึงการเกิดภาวะติดเชื้อของมารดาที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของทารกในครรภ์ทำให้ผู้ที่เป็นดิสเล็กเซีย มีปัญหาในการอ่าน การเขียน แม้แต่การแปลภาษาหรือสัญลักษณ์ง่ายๆ ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้เหมือนคนทั่วไป หรือในบางรายอาจไม่พบปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ซึ่งโรคนี้สามารถพบได้ถึงร้อยละ 10 ของประชากร
“โดยทั่วไปแล้ว อาการของดิสเล็กเซียสังเกตได้ยากเมื่อเด็กยังไม่ได้เข้าเรียน แต่จะเห็นความผิดปกติชัดขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยเรียน ผู้ที่มีภาวะนี้ จะแสดงอาการแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัย เด็กวัยอนุบาลบางรายอาจมีอาการที่สังเกตได้ คือ พูดช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน มีปัญหาด้านการพูดและความเข้าใจภาษา พัฒนาการด้านอื่นๆ สมวัย บางรายมีพฤติกรรมไม่นิ่ง วอกแวกง่าย ร่วมด้วย เมื่อเด็กขึ้นชั้นประถมศึกษา จะเริ่มมีอาการของภาวะนี้ให้เห็นชัดเจนขึ้น มีปัญหาเกี่ยวกับการอ่าน สะกด และเขียนหนังสือ” นพ.วีรวุฒิ กล่าว

ด้าน นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือ โรงพยาบาล (รพ.) เด็ก กล่าวว่า เด็กดิสเล็กเซียอาจจะอ่านสะกดไม่คล่อง แต่พวกเขาก็เป็นนักคิดที่ว่องไว โดยเฉพาะการเรียนรู้ผ่านการสายตา และเชื่อมโยงเชิงมิติสัมพันธ์ เรียนรู้ผ่านการฟัง และถามตอบโดยตรง จะเป็นช่องทางการเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กกลุ่มนี้
“ควรมีแผนการเรียนเฉพาะบุคคลให้เหมาะกับความสามารถในเด็กแต่ละคน หากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม เด็กก็จะสามารถไปโรงเรียนเรียนร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปกติ แต่เมื่อพวกเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ความสามารถในการคิดเชิงมิติสัมพันธ์ของพวกเขาจะกลายเป็นจุดแข็ง และหล่อหลอมให้เด็กดิสเล็กเซียกลายเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของประเทศชาติได้ในอนาคต” นพ.อัครฐาน กล่าว

