“หมอทวีศิลป์” เผย สธ.เตรียมประเด็นถก ก.พ.พรุ่งนี้! แก้ปมขาดแคลนบุคลากรสาธารณสุข

19.06.23 | 17:16 น.

“หมอทวีศิลป์” เผย สธ.เตรียมประเด็นถก ก.พ.พรุ่งนี้! แก้ปมขาดแคลนบุคลากรสาธารณสุข

วันนี้ (19 มิถุนายน 2566) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงกรณีการเตรียมหารือร่วมกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ เกี่ยวกับกรอบอัตรากำลัง และความก้าวหน้าของบุคลากรสาธารณสุข ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการหาแนวทางแก้ไขปัญหาบุคลากรสาธารณสุขลาออกจากระบบราชการ ว่า ในการประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหาร สธ. และเลขาธิการ ก.พ. วันที่ 20 มิถุนายนนี้ เป็นการประชุมประจำเดือน โดยครั้งนี้ปลัด สธ.ได้ให้แนวทางการประชุมต่างๆ อาทิ ประเด็นอัตรากำลัง ซึ่งไม่ใช่แค่แพทย์ แต่ต้องรวมวิชาชีพอื่นๆ ด้วย ซึ่งตนได้เตรียมข้อมูลในการหารือแล้ว เช่น อัตรากำลังแพทย์ พยาบาล และวิชาชีพต่างๆ เป็นต้น

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เบื้องต้นจะมีการหารือหัวข้อหลักๆ คือ 1.ความก้าวหน้า และ 2.การเพิ่มจำนวนอัตรากำลังของบุคลากรสาธารณสุข

“อย่างเรื่องความก้าวหน้าของพยาบาล ปัจจุบันมีประมาณ 110,000 ตำแหน่ง โดยความก้าวหน้าของพยาบาลสูงสุด คือ การเป็นชำนาญการพิเศษ โดยวิธีการพิจารณาจะมีข้อมีเกณฑ์ปลีกย่อยหลายข้อ ซึ่งในการประชุม อ.ก.พ.ของสำนักงานปลัด สธ. ได้ประชุมและพบว่า พยาบาลที่ต้องการขึ้นเป็นชำนาญการพิเศษมีหลายระดับหลายตำแหน่ง ยกตัวอย่าง การขอขึ้นระดับหัวหน้ากลุ่มงาน ซึ่งทางเขต ทางจังหวัดได้รวบรวมข้อมูล อย่างระดับหัวหน้ากลุ่มงาน มีความคาดหวังว่าจะขึ้นได้มีประมาณ 800 ตำแหน่ง แต่เข้าเกณฑ์ 250 ตำแหน่ง หมายความว่า มีพยาบาลที่คาดว่าขึ้นตำแหน่งชำนาญการพิเศษ 800 คน แต่เข้าเกณฑ์เพียง 250 คน ซึ่งห่างจากความคาดหวังของเจ้าหน้าที่สูงมาก ที่ประชุม อ.ก.พ.สป.สธ.มองว่าเป็นเรื่องที่ต้องหารือกับเลขาธิการ ก.พ.ให้รับทราบถึงความคาดหวังกับเกณฑ์ที่มีอยู่ หากปรับเกณฑ์ต่างๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับพวกเขาได้จะเป็นเรื่องที่ดี จึงต้องมีการหารือเรื่องนี้ ซึ่งนี่เป็นเพียงตัวอย่าง ยังมีอีกหลายเรื่อง” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

รองปลัด สธ.กล่าวว่า ส่วนเรื่องอัตรากำลังที่ต้องเพิ่มขึ้นนั้น จะมีการหารือกับทาง ก.พ. กรณีที่ในปี 2567 จะมีการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปประมาณ 1,000 กว่าแห่ง บุคลากรจะหายภาพรวมไปอีกราว 20,000 กว่าคน จึงเป็นเรื่องที่ต้องขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบสถานการณ์ เพราะจริงๆ สธ.ดำเนินการตามฝ่ายนโยบายเสมอ แต่เมื่อมีประเด็นนี้จึงต้องมาพิจารณาตัวเลข และอัตรากำลังให้เพียงพอ ต้องมาวางแผนเรื่องนี้

Advertisement

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ยังมีกรณีที่โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) รายงานข้อมูลเกี่ยวกับอัตราเพิ่มการบริการสูงขึ้นร้อยละ 18 จากเหตุผลของ รพ.สต.ที่ถ่ายโอนไปแล้วนั้น ไม่มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ในการกำกับดูแลที่ต้องใช้วิชาชีพควบคุม กำกับ เป็นเหตุให้ รพ.สต.บางแห่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาพยาบาล ก็จะทำให้ภาระงานการรักษาพยาบาลของ รพช.เพิ่มขึ้น ซึ่งความพร้อมของ รพ.สต.ที่ถ่ายโอนแล้ว ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ก็ต้องมาดำเนินการให้พร้อมรับในการปฏิบัติภารกิจดูแลรักษาประชาชนด้วย เนื่องจากต้องพร้อมทั้งคน เงิน และอุปกรณ์

“ส่วนเรื่องแพทย์โดยตรง พรุ่งนี้ (20 มิถุนายน 2566) จะมีการประชุมกับแพทยสภาอีกครั้งเกี่ยวกับข้อเสนอต่างๆ ซึ่งมีการพูดคุยกันอยู่ อย่างเรื่องแพทย์ประจำบ้าน ที่ได้รับทุนจาก สธ.ปีละ 4,000 คน โดยจะเรียน ปี 1 ปี 2 ปี 3 ปี 4 ปี 5 ขึ้นกับสาขาว่าเป็นอย่างไร ซึ่งมีข้อเสนอในการส่งแพทย์ประจำบ้านไปหมุนเวียนในภูมิภาคด้วย ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ สธ.ขอให้กลับไปทำงานในพื้นที่ พร้อมทั้งมีการฝึกทักษะให้แพทย์เน้นให้อยู่ในภูมิภาคมากขึ้น และจะหารือกับ ก.พ.กรณีการลาศึกษาต่อของแพทย์ประจำบ้าน เป็นไปได้หรือไม่ว่า ไม่ต้องลาเรียน แต่ให้ได้ทำงานไปด้วย คล้ายๆ ย้ายที่ทำงาน การเลื่อนตำแหน่งก็จะได้ลื่นไหล ไม่สะดุด เป็นต้น ทั้งหมดยังมีรายละเอียดอีกเยอะ จึงขอให้รอการประชุมร่วมกับ ก.พ.ในวันพรุ่งนี้ก่อน” นพ.ทวีศิลป์กล่าว