กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 16

21.06.23 | 18:31 น.

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 16

วันนี้ (21 มิถุนายน 2566) เวลา 14.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 16 พ.ศ.2566 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมี นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย คณะผู้บริหาร และข้าราชการ สธ. เฝ้ารับเสด็จฯ

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานรางวัล Princess Health Award ให้กับบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 3 รางวัล ดังนี้ 1.รางวัลบุคคลดีเด่นประเภทบริหาร ได้แก่ ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 2.รางวัลบุคคลดีเด่นประเภทวิชาการ ประชาชน บุคคลทั่วไป ได้แก่ ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ และ 3.รางวัลองค์กรดีเด่น ได้แก่ เทศบาลนครขอนแก่น โดย นายธีระศักดิ์ ทีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น

Advertisement

นายสาธิต กราบบังคมทูลรายงาน ว่า สธ.ได้น้อมนำแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาดำเนินงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มวัย ทั่วประเทศให้มีสุขภาพดี โดยกรมอนามัยได้จัดการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ องค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายและกฎหมายด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมถึง
สร้างแรงจูงใจในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ระหว่างเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
สหวิชาชีพ และเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ และสร้างกระแสให้สังคมตระหนักและมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อประชาชนสุขภาพดี

นายสาธิต กล่าวว่า โดยการประชุมในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ Smart City Smart Citizen : เมือง พลเมือง อัจฉริยะ เพื่อขับเคลื่อน

1.สิ่งแวดล้อมเอื้อต่อสุขภาพ (Health Environments) โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดพื้นที่สาธารณะเพื่อสุขภาพ สร้างชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร จัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลอย่างถูกสุขลักษณะ จัดการคุณภาพน้ำบริโภคตามมาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ มีการจัดการอากาศที่ดี และการดำเนินงานรองรับภาวะฉุกเฉินและสาธารณภัย พร้อมมีการคุ้มครองสุขภาพจากปัญหาเหตุรำคาญ

2.สถานที่ที่เอื้อต่อสุขภาพ (Health Setting) โดยจัดการสุขลักษณะของสถานที่หรือสถานประกอบกิจการ ทั้งที่พักอาศัย บ้านเรือน ชุมชน ตลาด ร้านอาหาร ส้วมสาธารณะ โรงเรียน ศาสนสถาน สถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัย และสถานศึกษา ให้ได้มาตรฐาน เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

และ 3.ประชาชนรอบรู้และสุขภาพดี (Health People) โดยส่งเสริมสุขภาพประชาชนทุกกลุ่มวัย เด็กอายุ 0 – 5 ปีมีพัฒนาการสมวัย ผู้สูงอายุมีแผนส่งเสริมสุขภาพที่ดี ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ