ทันตแพทย์แนะเช็ก “ฟัน” ทุก 6 เดือน รีบรักษาก่อนเกิดปัญหาใหญ่ เสี่ยงกระเป๋าฉีก!
วันนี้ (2 กรกฎาคม 2566) ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ในงาน Thailand Healthcare 2023 “เกษียณสโมสร” งานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ จัดโดยเครือมติชน ผนึกกำลังพันธมิตรสุขภาพทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เปิดโลกความสุขของคนรักสุขภาพวัยก่อนเกษียณ วัยเกษียณ และครอบครัวผู้ดูแล หลังไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย. – วันที่ 2 ก.ค. เวลา 10.00 – 20.00 น.

เวลา 10.30 น. กิจกรรมเวทีกลาง มีเสวนาเรื่องสุขภาพหัวข้อ “นวัตกรรมความงามด้านทันตกรรม 2023” โดย ทพ.วิเชษฐ์ ปาเตีย กรรมการผู้จัดการบริษัท Smile box medical Group กล่าวว่า หลายครั้งที่เราพูดถึงคลินิกทันตกรรม หลายคนก็อาจจะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับการทำฟัน หรืออาจเกิดจากการที่ผู้ใหญ่ชอบขู่เด็กที่ดื้อว่า “เดี๋ยวจะพาไปทำฟัน” ทำให้เกิดความกลัวหมอฟัน เป็นภาพลบทันที ก็จะส่งผลให้ไม่อยากไปทำฟัน ที่มีคำแนะนำว่าควรไปขูดหินปูน เช็กฟันผุ 6 เดือน แล้วเมื่อปล่อยทิ้งไว้นานๆ ปัญหาก็จะใหญ่ขึ้น ต้องใช้เทคนิคการรักษาที่ยากขึ้น ใช้เวลานานขึ้น รวมถึงราคาทำฟันก็จะแพงขึ้น ดังนั้น เราต้องเปลี่ยนมุมมองของผู้ป่วยที่มีต่อคลินิกทำฟัน
“เมื่อ 3 อย่าง คือ แพง เจ็บ ใช้เวลานาน คนก็จะยิ่งไม่อยากไปทำฟัน คลินิกทำฟันควรจะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ป่วย ให้ครอบคลุมถึงการดูแลฟันที่บ้าน เช่น แปรงฟันให้ดี ถูกวิธี เพราะถ้าแปรงฟันไม่ดีก็อาจส่งผลให้ทุกอย่างในการรักษาฟันล้มเหลวไปด้วย” ทพ.วิเชษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ ทพ.วิเชษฐ์ กล่าวว่า การรักษาฟันในปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1.คนที่อยากทำเพราะความงาม เพื่อให้เกิดความมั่นใจ เช่น เปลี่ยนสีฟัน เปลี่ยนรูปร่างฟัน ซึ่งหลายๆ ครั้งการทำฟันเพื่อความสวยงามอาจไม่ได้คำนึงถึงเรื่องการใช้งาน การกระจายแรงในขณะบดเคี้ยว ซึ่งจะส่งผลกับขากรรไกรและรูปหน้า หรือหลายคนที่มีปัญหาหน้าเบี้ยว ก่อนจะตัดสินใจไปศัลยกรรมก็ปรึกษาทันตแพทย์ก่อน เพราะบางครั้งการรักษาฟันช่วงกรามก็ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนได้ และ 2.คนที่อยากรักษาเพื่อใช้งาน ซึ่งก็จะต้องสอดคล้องกับเรื่องความสวยงามด้วย เช่น หลายคนเลือกที่จะจัดฟันใส เพื่อไม่ให้เห็นอุปกรณ์ที่ยึดติดฟัน แต่การทำฟันใดๆ ก็ควรพบทันตแพทย์เฉพาะทางนั้นๆ หรือบางคนที่มีปัญหาฟันมากๆ ก็อาจจะต้องให้ทันตแพทย์เฉพาะทางหลายๆ ด้านมาปรึกษาร่วมกัน เพื่อให้การรักษาออกมาดีที่สุด
ทพ.วิเชษฐ์ กล่าวว่า นวัตกรรมรักษาฟันทันสมัยขึ้น อย่างการใช้เครื่องสแกนฟันแทนการพิมพ์ปาก เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษา โดยสามารถดูภาพก่อนและหลังการรักษาเปรียบเทียบให้ผู้ป่วยได้เห็น และเพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการอธิบายแผนการรักษาฟันให้ผู้ป่วยเข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วย เพราะเห็นภาพก่อนและหลังการรักษาได้เลย ผู้ป่วยก็จะสบายใจว่า สิ่งที่จะได้รับจากการรักษาเป็นอย่างไรบ้าง ก็จะช่วยให้เกิดการตัดสินใจที่ง่ายขึ้น ส่วนปัญหาช่องว่างระหว่างฟัน ก็สามารถทำรากฟันเทียม ทำสะพานฟัน การจัดฟัน เพื่อปิดช่องว่างนั้น
“ในการวางแผนรักษาฟัน ความคิดของหมอก็คือ ส่วนหนึ่งประกอบการตัดสินใจ แต่ที่สำคัญคือ ความต้องการของคนไข้ หมออาจแนะนำว่าฟันเล็ก สามารถทำวีเนียร์ (Dental Veneer) เพื่อเปลี่ยนรูปร่างฟัน แต่ถ้าคนไข้ไม่ได้ต้องการส่วนนี้ ก็อาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด” ทพ.วิเชษฐ์ กล่าวและว่า ขณะที่การเอกซเรย์ฟันปัจจุบันนี้ ไม่ได้เห็นเฉพาะฟันกับเหงือก แต่สามารถเห็นกระดูก เส้นประสาท หรือรากฟัน ซึ่งทำให้การวางแผนมีความละเอียดขึ้น ยิ่งผู้สูงอายุเจอปัญหาโรคเหงือก เรื่องการสลายตัวของกระดูก ดังนั้น ถ้าเอกซเรย์เห็นลึกถึงกระดูก ก็จะเห็นปัญหาทั้งหมดช่วยในเรื่องการวินิจฉัยได้ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะแม่นยำขึ้น
มหกรรมสุขภาพยิ่งใหญ่ที่สุดของปี “Thailand Healthcare 2023 เกษียณสโมสร” จะจัดไปจนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2566 ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีสามย่าน ทางออกที่ 2

