สพฉ.แจงขั้นตอนโอนจ่ายเงินกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน ยันจ่ายชดเชย ‘หน่วยกู้ชีพ’ ตามผลงาน

6.07.23 | 13:46 น.

สพฉ.แจงขั้นตอนโอนจ่ายเงินกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน ยันจ่ายชดเชย “หน่วยกู้ชีพ” ตามผลงาน

ความคืบหน้ากรณีหน่วยกู้ชีพร้องเรียนให้ “สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ” (สพฉ.) เร่งดำเนินการจ่ายเงินชดเชยให้หน่วยกู้ชีพที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ หลังจากมีการยุติให้เบิกจ่ายนานกว่า 6 เดือน เนื่องจากต้องปรับปรุงระบบที่ใช้มานาน 15 ปี ซึ่งล่าสุด สพฉ.ได้แจ้งผ่านเพจเฟซบุ๊กสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ระบุว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา สพฉ.ได้โอนจ่ายเงินค่าชดเชยจากกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน จำนวน 32,586,290 บาท ให้กับหน่วยกู้ชีพที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว และจะเร่งดำเนินการในการโอนเงินค่าชดเชยการปฏิบัติการในรอบถัดไปให้ได้โดยเร็วที่สุดนั้น

วันนี้ (6 กรกฎาคม 2566) ว่าที่ ร.ต.การันต์ ศรีวัฒนบูรพา ผู้ช่วยโฆษก สพฉ. เปิดเผยว่า โดยปกติ สพฉ.จะมีการจ่ายค่าชดเชยให้แก่หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉิน เดือนละ 2 รอบ ซึ่งจะเป็นการจ่ายค่าปฏิบัติการตามหลังเดือนก่อนหน้า โดยจากกรณีที่มีการค้างจ่าย 8 เดือนตามที่เป็นข่าวนั้น เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา สพฉ.ได้โอนเงินค่าชดเชยจากกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน ให้แก่หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉิน รวมทั้งสิ้น 32,586,290 บาท ซึ่งเป็นเงินชดเชยในรอบการจ่ายครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ของเดือนเมษายน 2566 และครั้งที่ 1 ของเดือน พฤษภาคม 2566 รวม 3 งวด ซึ่งเป็นการค่าชดเชยรอบการปฏิบัติของเดือนมีนาคม-เมษายน 2566

“สำหรับเงินค่าชดเชยที่เป็นปัญหาอยู่ เกิดจากการเปลี่ยนระบบการคีย์ข้อมูลที่เดิมใช้มานานกว่า 15 ปี ฐานข้อมูลเยอะมาก ทำให้ระบบล่มไป จากนั้น สพฉ. ร่วมกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT พัฒนาระบบการเบิกจ่ายใหม่ ซึ่งเริ่มใช้เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2566 ฉะนั้น เงินค่าชดเชย ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ คือ ในรอบการจ่ายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565-เดือนกุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งยังอยู่ในปีงบประมาณเดียวกัน แต่ด้วยมีการเปลี่ยนระบบใหม่จึงทำให้เกิดรอยต่อในการเบิกจ่าย เพราะข้อมูลยังอยู่ในฐานข้อมูลเดิม ที่เป็นระบบออฟไลน์ หรือกระดาษ ซึ่งจะต้องนำข้อมูลส่วนนี้เข้ามาในระบบใหม่ จึงต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้ข้อมูลซ้ำซ้อน” ว่าที่ ร.ต.การันต์กล่าว

ผู้ช่วยโฆษก สพฉ.กล่าวว่า การค้างจ่ายช่วงเดือนตุลาคม 2565-เดือนกุมภาพันธ์ 2566 คาดว่าจะเริ่มจ่ายได้ในเดือนสิงหาคมนี้

Advertisement

“ฉะนั้น เดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ จะมีการจ่ายเงิน 2 ส่วน คือ เงินของเคสปัจจุบันและเงินที่ค้างเมื่อปลายปีถึงต้นปี โดย สพฉ.ยืนยันว่า เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2566 คือเดือนกันยายน 2566 จะสามารถจ่ายเงินค่าชดเชยปัจจุบันและที่ค้างอยู่ยอดรวมประมาณ 969 ล้านบาทได้ทั้งหมด” ว่าที่ ร.ต.การันต์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงบรรยากาศภายหลังจากมีการโอนค่าชดเชย 32.5 ล้านบาท ไปให้หน่วยกู้ชีพ ว่าที่ ร.ต.การันต์กล่าวว่า บรรยากาศเป็นไปในทางที่ดี

“เพราะจากที่ สพฉ.ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก ทำให้ทางพี่น้องกู้ชีพกู้ภัย เห็นความชัดเจน เพราะที่ผ่านมาก็มีการตั้งคำถามว่า มีงบประมาณหรือไม่ หรือเอาเงินไปใช้อย่างอื่น ซึ่งความจริงแล้วเงินยังอยู่ เพียงแต่จะต้องมีการทำให้ถูกต้องตามกระบวนการกฎหมาย ทั้งนี้ สพฉ.ขอขอบคุณหน่วยปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ ที่คงยืนหยัดอย่างมุ่งมั่น ปฏิบัติหน้าที่และอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน แม้ในช่วงเวลายากลำบากที่ผ่านมา” ว่าที่ ร.ต.การันต์กล่าว

เมื่อถามว่า ระบบการเบิกจ่ายใหม่มีความปลอดภัย กว่าระบบเดิมหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.การันต์กล่าวว่า NT เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเช่นเดียวกับ สพฉ. ดังนั้นเชื่อว่าจะมีความปลอดภัยของระบบ นอกจากนั้น ยังมีประโยชน์ในการเชื่อมโยงสถิติข้อมูลต่างๆ เช่น สถิติการบาดเจ็บของผู้ป่วยในการออกปฏิบัติการ หน่วยงานภาครัฐอื่นก็สามารถเข้าถึงข้อมูลและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้