“อนุทิน” นำประชุม กก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบ 4 เรื่อง ก่อนอำลาตำแหน่ง รมว.สธ.

6.07.23 | 17:07 น.

‘อนุทิน’ นำประชุม กก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบ 4 เรื่อง ก่อนอำลาตำแหน่ง รมว.สธ.

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติครั้งที่ 4/2566 โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ

โดยที่ประชุมพิจารณาและเห็นชอบใน 4 ประเด็นสุขภาพ

Advertisement

นายอนุทินเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบ 4 ประเด็น ได้แก่

1.แผนปฏิบัติการระดับชาติด้านการต่อต้านวัณโรค ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566-2570) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของประเทศไทย ตามที่องค์การอนามัยโลกได้ประกาศยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค ภายในปี 2578 ซึ่งแผนปฏิบัติการฉบับนี้มีเป้าหมายหลัก คือ ลดอัตราอุบัติการณ์ของวัณโรคลงจาก 143 ต่อแสนประชากรในปี 2564 ให้เหลือ 89 ต่อแสนประชากรในปี 2570

2.ร่างประกาศคณะกรรมการฯ เพื่อเพิ่มเติมผู้แทนจากหน่วยงานของรัฐ ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 จ.ตาก โดยจะเพิ่มผู้แทนจากสาธารณสุขอำเภอแม่สอด และ ผอ.รพ.สต.บ้านวังตะเคียน เพื่อให้การปฏิบัติงานที่ด่านมีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับจำนวนผู้เดินทางเข้าออกที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

3.ร่างประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เรื่อง การออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ตามความในมาตรา 43 แห่ง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ฉบับเอกสารรับรองกรณีโรคโควิด-19 ซึ่งแยกเป็นเล่มเฉพาะโควิด-19 โดยปรับให้เป็นเอกสารฉบับรวม เพื่อความสะดวกของประชาชนผู้เดินทางระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนที่ประเทศปลายทางกำหนด เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้เหลือง วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น วัคซีนอหิวาตกโรค วัคซีนไข้หวัดใหญ่ รวมถึงวัคซีนโควิด-19 จะได้ถือเอกสารเพียงฉบับเดียวเท่านั้น โดยมีหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมควบคุมโรค เช่น โรงพยาบาลรัฐ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เป็นผู้ออกหนังสือให้

และ 4.การบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ความต้องการวัคซีนและความจำเป็น ซึ่งสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ถือว่าดีขึ้นมาก โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล และผู้เสียชีวิต ลดน้อยลงมาก แต่ผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดยังคงเป็นกลุ่ม 607 โดยเฉพาะอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน จึงขอให้ สธ.เร่งเชิญชวนกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดประจำปีควบคู่วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อความปลอดภัยและลดการป่วยหนักในฤดูฝนนี้ ไม่ต้องรอเว้นช่วง สามารถฉีดได้พร้อมกันวันเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการระบุว่า การประชุมนี้จะเป็นการทำหน้าที่ครั้งสุดท้าย บรรยากาศเป็นอย่างไร นายอนุทินกล่าวด้วยอารมณ์ขัน ติดตลกว่า ก็ดี ปลัด สธ.ก็ไล่แล้ว

“ท่านปลัด สธ.ก็เป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณ ทำงานด้วยกันมา 4 ปี ก็ช่วยกันทำงานเต็มที่ สนับสนุนให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้ทำงานร่วมกับบุคลากรสาธารณสุขชั้นนำของประเทศ และข้าราชการระดับผู้ใหญ่ในคณะกรรมการโรคติตต่อแห่งชาติ มีความหมายมาก และสำคัญเป็นอย่างมากในช่วงที่ประเทศเรามีสถานการณ์โรคระบาด โรคติดต่อ 4 ปีที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ สธ.ก็อยู่กับโควิด-19 และเราสามารถทำงานร่วมกับบุคลากรด้านสาธารณสุขที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ทำให้ประเทศของเรารับมือสถานการณ์เหล่านี้ได้ ฟื้นฟูประเทศได้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งในการทำงาน” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากฝากรัฐมนตรีว่าการ สธ.คนใหม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตนทำงาน 4 ปีในกระทรวง เป็นการร่วมมือกัน และเข้าใจกัน ระหว่างข้าราชการประจำและภาคราชการการเมือง เป็นสิ่งที่ตนถือว่าสำคัญที่สุด

“ไม่มีวาระของรัฐมนตรี มีแต่วาระของ สธ.และสุขภาพของคนไทย การทำงานก็เป็นทีมเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่หรือจะไป สิ่งที่เป็นการปฏิบัติ เป้าหมาย การพัฒนา ก็จะดำเนินต่อไป” นายอนุทินกล่าวย้ำ