อธิบดี กกจ.เผย ปี’66 ดำเนินคดีนายหน้าเถื่อนแล้ว 142 ราย มูลค่าเสียหายกว่า 30 ล้านบาท
วันนี้ (11 กรกฎาคม 2566) นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ต่างทยอยผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้า-ออกประเทศ และเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทำให้มีความต้องการแรงงานไปขับเคลื่อนการดำเนินการต่างๆ ประกอบกับปีที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานเจรจาขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศต่างๆ ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย เพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำให้คนไทย ทำให้มีผู้สนใจต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งส่งผลต่อจำนวนการหลอกลวงคนหางานไปทำงานในต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรูปแบบการหลอกลวงคนไทยของสาย/นายหน้าจัดหางานเถื่อนในปัจจุบันนิยมใช้วิธีการหลอกลวงคนหางานผ่านระบบสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ แพลตฟอร์ม เฟซบุ๊ก ติ๊กต๊อก-(TikTok)-ทวิตเตอร์-(Twitter)-และแอพพลิเคชั่นไลน์ ด้วยการโพสต์โฆษณาชักชวนและรับสมัครคนหางานไปทำงานต่างประเทศผ่านระบบออนไลน์ เพราะสามารถหลอกลวงคนหางานพร้อมกันได้ครั้งละมากๆ ไม่จำกัดพื้นที่หรือระยะทาง และไม่จำเป็นต้องพบหน้า
นายไพโรจน์ กล่าวว่า ตลอดปีที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน โดย กกจ. ต้องทำงานอย่างเข้มงวดและเพิ่มความระมัดระวังขึ้นจากเดิมเท่าตัวเพื่อป้องกันมิให้คนไทยตกเป็นเหยื่อ โดยการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้วิธีเดินทางไปทำงานต่างประเทศถูกต้องตามกฎหมาย 5 วิธี และเตือนภัยคนหางานให้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของมิจฉาชีพ ผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งปราบปรามผู้กระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยปีงบประมาณ พ.ศ.2566 (ช่วงเดือนตุลาคม 2565 – กรกฎาคม 2566) กกจ.ดำเนินคดี ตามมาตรา 66 ผู้ที่กระทำการโฆษณาชักชวนคนหางานไปทำงานต่างประเทศผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ข้อหา “โฆษณาการจัดหางานไม่เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด” จำนวน 30 คดี ตรวจพบการกระทำความผิดของสาย/นายหน้า ทั้งสิ้น 142 ราย มีผู้เสียหายถึง 471 ราย มูลค่าความเสียหายถึง 32,750,330 บาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่พบการกระทำความผิดของสาย/นายหน้า ทั้งสิ้น 152 ราย ผู้เสียหาย 217 ราย มูลค่าความเสียหาย 16,694,256 บาท โดยประเทศที่คนหางานถูกหลอกไปทำงานมากที่สุด คือ สาธารณรัฐเกาหลี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แคนาดา และสวีเดน ตามลำดับ และจังหวัดที่คนหางานถูกหลอกลวงไปทำงานมากที่สุด คือ ขอนแก่น อุดรธานี นครพนม ชัยภูมิ และ ปทุมธานี ตามลำดับ
“กกจ.ขอย้ำเตือนว่า ผู้ที่อ้างว่าจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทํางานในต่างประเทศ แต่ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก กกจ. จะได้รับโทษ จำคุกตั้งแต่ 3 – 10 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 60,000 – 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้โฆษณาชักชวนคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยใช้สื่ออินเตอร์เน็ตและสังคมออนไลน์ จะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ที่หลอกลวงว่าสามารถ หางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และทำให้สูญเสียเงิน หรือทรัพย์สิน จะได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 3 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ” นายไพโรจน์ กล่าว

