อธิบดีกรมควบคุมโรคกำชับทุก จว.ใช้ 2 มาตรการสกัด ‘ไข้เลือดออก’ พร้อมคุมเข้มมาลาเรีย

อธิบดีกรมควบคุมโรคกำชับทุก จว.ใช้ 2 มาตรการสกัด “ไข้เลือดออก” พร้อมคุมเข้มมาลาเรีย

วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะอนุกรรมการเร่งรัดกำจัดโรคไข้มาลาเรีย ครั้งที่ 3/2566 ว่า คณะอนุกรรมการเร่งรัดกำจัดโรคไข้มาลาเรีย ถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยควบคุมและกำจัดโรคมาลาเรีย เนื่องจากมีการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ใน 6 จังหวัด ที่เป็น Hot Zone เป็นชายแดนไทย-เมียนมา เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานกำจัดโรคมาลาเรีย ทำให้การดำเนินงานมีความเข้มแข็ง

“เพราะเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมเป็นกรรมการ ก็จะไปขับเคลื่อนผลักดันต่อผ่านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด นอกจากนี้ เรายังได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) ในการติดต่อกับทางเมียนมามาร่วมกันพูดคุยหารือในการจัดการโรคมาลาเรีย ซึ่งล่าสุดทางรองปลัด สธ.เมียนมา ก็ได้นำคณะมาร่วมพูดคุยกันว่าจะจัดการอย่างไร เพราะโรคมาลาเรียเป็นเรื่องระหว่างชายแดนด้วย” นพ.ธเรศกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกที่มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในระยะนี้ นพ.ธเรศกล่าวว่า เรื่องนี้มีการประชุมในศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธาณสุข (อีโอซี) เมื่อเช้าวันนี้ (11 กรกฎาคม 2566) ล่าสุด ตัวเลขผู้ป่วยไข้เลือดออกของไทยอยู่ที่ประมาณ 3.1 หมื่นคน ถือว่าสูงมาก โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 คน

Advertisement

“มีการทำงานร่วมกันทุกจังหวัดที่ให้มีการทำ Mapping และวิเคราะห์สถานการณ์ จึงได้เร่งรัดมาตรการ คือ 1.ควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย พบว่า โรงเรียน โรงพยาบาล และโรงงาน ยังมีค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายสูง จึงขอให้เร่งรัดลงไปดูและจัดการ โดยเฉพาะที่วัด ซึ่งมีค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายสูงมาก เราลงไปดูในพื้นที่และแจ้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ให้ช่วยกันดำเนินการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในวัด” นพ.ธเรศกล่าว

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า และ 2.ลดการเสียชีวิต ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 33 ราย จึงเน้นย้ำถ้าเป็นไข้เลือดออกแล้ววินิจฉัยเร็ว รักษาเร็วก็จะช่วยลดการเสียชีวิตได้ โดยหากมีอาการกินยาลดไข้แล้วไม่ลง มีอาการเข้าได้กับไข้เลือดออก เช่น ตัวแดง เป็นต้น ขอว่าอย่าทิ้งไว้นาน ให้รีบไปรับการรักษา ซึ่งเรามีชุดตรวจวินิจฉัยเร็ว ซึ่งสามารถตรวจได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เรามีการกระจายชุดตรวจลงไปที่จังหวัด และลงไปถึง รพ.สต.แล้ว โดยในการประชุมวิชาการ Dengue Effective for Treatment and Prevention เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่มีการอัพเดตไกด์ไลน์แนวทางการรักษาให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ได้เน้นย้ำในเรื่องของการวินิจฉัยเร็วและการใช้ชุดตรวจวินิจฉัยเร็วด้วย การดูแลรักษาและป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ คือ ถ้าเป็นและรีบรักษาเร็ว ก็จะไม่เข้าสู่กลุ่มอาการช็อก จนทำให้เกิดการเสียชีวิต สำคัญคือ ไม่ไปซื้อยากลุ่มเอ็นเสด หรือยาแอสไพรินกิน เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย

เมื่อถามถึงการดำเนินการหาสาเหตุเสี่ยงของโรคไข้เลือดออก (Dead Case Conference) นพ.ธเรศกล่าวว่า ถือเป็นเครื่องมือสำคัญหนึ่ง ที่เมื่อมีคนป่วยไข้เลือดออกเสียชีวิต เราจะได้รู้สาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร เดิมปรากฏว่าบางพื้นที่ไปยึดว่า จะต้องทำกระบวนการทางคลินิก

Advertisement

“เราสื่อสารว่า อยากให้ไปทำ Dead Case ด้าน Public Health สอบสวนโรคและที่มาง่ายๆ ไม่ต้องไปทำวิเคราะห์อย่างละเอียด เพียงแค่ให้รู้คำตอบว่าจุดอ่อนคืออะไร ปัญหาอยู่ที่ไหน ขอความร่วมมือว่าให้เสร็จในสัก 3 วัน เพื่อจะได้ควบคุมโรคในพื้นที่นั้นได้อย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินการไปแล้วตอน 20 กว่าราย ซึ่งจากการสอบสวนหาสาเหตุผู้เสียชีวิตก็ยังเป็นปัจจัยเดิมๆ คือ วินิจฉัยช้า รักษาช้า บางคนไปกินยากลุ่มเอ็นเสด โดยพบผู้เสียชีวิตในผู้ใหญ่มากขึ้นและสูงกว่าในเด็ก อาจมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง แต่อย่างหนึ่งคือ เพราะผู้ใหญ่คิดว่าไข้เลือดออกเป็นโรคในเด็ก คิดว่าตนเองแข็งแรงจึงทิ้งไว้นาน” นพ.ธเรศกล่าว

ต่อข้อถามว่า ปกติจะรณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายก่อนฤดูฝน การมาเน้นกำจัดช่วงฤดูฝนแล้ว ยังได้ผลดีอยู่หรือไม่ นพ.ธเรศกล่าวว่า ยังได้ผล จริงๆ ทำกับทุกจังหวัดมาตั้งแต่หลังโควิด-19 ใหม่ๆ เริ่มเห็นสถานการณ์ไข้เลือดออก แต่ปีนี้เป็นไปตามวงรอบ คือ 2-4 ปี ก็จะระบาดสูงขึ้นมาสักครั้งหนึ่ง ซึ่งทีมก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี ซึ่งอย่างที่ย้ำว่ามาตรการตอนนี้คือ รู้เร็วรักษาเร็ว จัดการแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ซึ่งต้องขอเน้นย้ำประชาชนถึงการจัดการโรคไข้เลือดออกว่า เป็นการดูแลที่ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม ต้องร่วมกันทำในบ้านตนเอง ไปจัดการแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายทั้งหมด พวกแจกัน ตู้กับข้าว โอ่งน้ำรอบบ้าน และฉีดพ่นยากันยุง ถ้าทุกคนทำก็จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคนี้ลง

ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคมาลาเรียว่า ขณะนี้ยังเป็นขาขึ้น แต่ไม่ได้ขึ้นเร็วมากนัก โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งใช้กลไกคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด โดยเฉพาะทั้ง 6 จังหวัดดังกล่าว มาช่วยกันดำเนินการ

“สำหรับที่ประชุมวันนี้ มีการหารือความร่วมมือระหว่างไทย-เมียนมามากขึ้น ซึ่งรองปลัด สธ.เมียนมา และคณะเพิ่งมาเยือนประเทศไทย และพูดคุยถึงแผนงานควบคุมมาลาเรียที่ชายแดน เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูล การเร่งรัดการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ทั้งสองฝั่ง ซึ่งตรงนี้ต้องต่างคนต่างช่วยกัน หรือหากมีต่างด้าวเข้ามาเราจะช่วยในการคัดกรองและรักษาเช่นเดียวกัน ก็หวังว่าการจัดการคู่กันทั้งสองฝั่งจะช่วยการควบคุมโรคสำเร็จเร็วขึ้น” นพ.โสภณกล่าว

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image