‘ไข้เลือดออก’ พุ่งต่อเนื่อง สธ.เล็งประกาศพื้นที่โรคระบาด 30 อำเภอ 18 จว. ลดอัตราป่วย-ตาย

24.07.23 | 11:43 น.

“ไข้เลือดออก” พุ่งต่อเนื่อง สธ.เล็งประกาศพื้นที่โรคระบาด 30 อำเภอ 18 จว. ลดอัตราป่วย-ตาย

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประชุมผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับทีมสาธารณสุขในพื้นที่ 30 อำเภอ ของ 18 จังหวัด ที่พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เพื่อเน้นย้ำให้ทีมงานในพื้นที่เร่งรัดการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกในช่วง 4 สัปดาห์นับจากนี้ (21 กรกฎาคม-18 สิงหาคม 2566)

นพ.ธเรศ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกทั่วประเทศเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละกว่า 5,000 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ต้นปี ถึงขณะนี้จำนวนเกือบ 40,000 รายแล้ว และมีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตกว่า 40 ราย ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการระบาดครั้งล่าสุดในปี 2562 ที่พบผู้ป่วยทั้งปีกว่า 70,000 ราย และเสียชีวิตกว่า 70 ราย และหากจำนวนผู้ป่วยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ อาจจำเป็นต้องใช้กฎหมายเพื่อทำการควบคุมโรคให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทัั้งนี้ จากการรายงานพบว่า มีพื้นที่ 30 อำเภอใน 18 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา ตาก เพชรบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด อุบลราชธานี กระบี่ ภูเก็ต สงขลา สตูล นราธิวาส และกรุงเทพมหานคร ที่พบผู้ป่วยไข้เลือดออกต่อเนื่องนานเกิน 8 สัปดาห์ และมีจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกใน 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังในช่วงเวลาเดียวกัน ถือว่าเข้าใกล้เกณฑ์ในการประกาศให้เป็นพื้นที่ระบาดของไข้เลือดออก

นพ.ธเรศกล่าวว่า ได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้ทีมผู้เชี่ยวชาญจากกองโรคติดต่อนำโดยแมลง กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1-12 สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง และศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง 38 แห่งทั่วประเทศ ให้การสนับสนุนวิชาการและทรัพยากร เพื่อลดผู้ป่วยให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง

“กรมควบคุมโรคทำงานร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และกรมการแพทย์มาระยะหนึ่งในการลดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต และในภาวะใกล้วิกฤตขณะนี้ ได้ประสานขอความร่วมมือเพิ่มจาก สถ. กระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อระดมกำลังในการต่อสู้กับโรคไข้เลือดออกอีกด้วย” นพ.ธเรศกล่าว

Advertisement

ขณะเดียวกัน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ได้ประกาศกำหนดให้โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ถ้ามีจำนวนผู้ป่วยสูงและต่อเนื่อง และต้องเพิ่มมาตรการในการควบคุมโรคให้เข้มข้นขึ้น อธิบดีกรมควบคุมโรคมีอำนาจตามที่ระบุในมาตรา 9 พ.ร.บ.ดังกล่าว ในการประกาศสถานที่ที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก ตามคำแนะนำของคณะกรรมการด้านวิชาการ เพื่อให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในการดำเนินการตามมาตรา 34 แบบเดียวกับการควบคุมป้องกันโรคติดต่ออันตราย เช่น โรคโควิด-19 ในระยะ 2 ปีแรก

รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ทั้งนี้ มาตรา 34 (8) จะทำให้ทีมงานสาธารณสุขในพื้นที่สามารถเข้าไปในบ้าน โรงเรือน สถานที่ หรือพาหนะที่มีหรือสงสัยว่ามีโรคระบาดเกิดขึ้น เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคได้ เช่น การเข้าไปสำรวจลูกน้ำยุงลาย กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ และพ่นสารเคมีเพื่อฆ่ายุงตัวแก่ ในบ้าน วัด โรงเรียน โรงแรม หรือสถานที่อื่นๆ ที่อาจจะเข้าไปไม่ได้ในสถานการณ์ปกติ และมาตรา 34 (4) (5) (6) ยังกำหนดให้เจ้าของสถานที่ต้องกำจัดลูกน้ำยุงลาย และแก้ไขสภาพแวดล้อม เช่น กำจัดขยะ แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานอีกด้วย

“หากมีการประกาศพื้นที่โรคระบาด จะช่วยเพิ่มความร่วมมือของประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทั้ง สธ. และ มท. ภายใต้กลไกของกฎหมายจะทำให้สามารถลดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญทำให้ประชาชนไทยไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคที่ป้องกันได้” นพ.โสภณกล่าวและว่า นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคจะทำหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดของ 18 จังหวัดดังกล่าว ได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างเข้มข้นในช่วง 4 สัปดาห์นับจากนี้ รวมทั้งให้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง ที่เรียกว่า CDCU plus VCU ที่ประกอบด้วย นักระบาดวิทยา นักกีฏวิทยา และนักเทคนิคการแพทย์ ในจังหวัดที่ผ่านการอบรมหลักสูตรควบคุมป้องกันโรคที่กรมควบคุมได้จัดขึ้น และประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) เพื่อสนับสนุนทรัพยากรในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก และหากประชาชนสงสัยว่าจะป่วยจากโรคไข้เลือดออก ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1422