สบส.ย้ำ รพ.เอกชน หยุด 6 วัน เตรียมรับเคสฉุกเฉิน 72 ชม.แรก ปฏิเสธคนไข้จ่อเอาผิดตาม กม.
วันนี้ (27 กรกฎาคม 2566) นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า นโยบาย “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” หรือ ยูเซ็ป (Universal Coverage for Emergency Patients: UCEP) เป็นนโยบายของภาครัฐที่มีคุณประโยชน์ ในการสร้างความครอบคลุม ลดความเหลื่อมล้ำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้รับการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลอย่างปลอดภัยจากสถานพยาบาลทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษา 72 ชั่วโมงแรก ซึ่งในปีนี้ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2566 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ อีก 1 วัน เพื่อให้มีวันหยุดต่อเนื่อง จึงทำให้มีวันหยุดต่อเนื่องยาว 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม – วันที่ 2 สิงหาคม 2566 ส่งผลให้ทั่วประเทศมีการเดินทางกันกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวอย่างคับคั่ง จึงอาจจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ และเจ็บป่วยของผู้ที่มีโรคประจำตัวมากขึ้นกว่าปกติ

“ดังนั้น เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินและฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) ได้รับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลทั้งรัฐ และเอกชนที่อยู่ใกล้อย่างทันท่วงที ลดการสูญเสียของผู้ป่วยและครอบครัว สบส. จึงดำเนินการแจ้งเวียนให้สถานพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ มีการปฏิบัติตามนโยบายยูเซ็ปอย่างเคร่งครัด ยึดหลักมนุษยธรรมเป็นสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย ไม่นำค่าใช้จ่ายมาเป็นเงื่อนไขการรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยอาการเจ็บป่วยที่สามารถใช้สิทธิตามเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) แบ่งเป็น 6 อาการ ได้แก่ 1.หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ 2.หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง 3.มีอาการซึม เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม 4.เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง 5.แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือชักต่อเนื่อง และ 6.มีอาการที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต หรือระบบสมอง ซึ่ง สบส.จะมีการเฝ้าระวัง และตรวจสอบการดำเนินการของสถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งอย่างใกล้ชิด” นพ.สุระ กล่าว
อธิบดี สบส. กล่าวว่า หากพบว่า สถานพยาบาลเอกชนแห่งใดปฏิเสธการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ป่วยหรือญาติ ก็จะมีการมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายทันที
ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการประเมินเกณฑ์ผู้ป่วยเพื่อรับบริการตามนโยบายยูเซ็ปแก่ประชาชน ขอให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งใช้ระบบบันทึกและประเมินผู้ป่วยยูเซ็ปของ สพฉ. หากผู้ป่วยเข้าข่ายผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) สถานพยาบาลต้องให้การรักษาพยาบาลอย่างเต็มความสามารถ โดยห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรก แต่อย่างใด แต่หากผู้ป่วยมิได้มีอาการเข้าข่ายฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) ซึ่งอาจจอยู่ในเกณฑ์สีเหลืองหรือสีเขียวก็จะต้องมีการสื่อสารสอบถามสิทธิในการรักษาพยาบาลกับผู้ป่วยหรือญาติเพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิด และหากพบปัญหาในการวินิจฉัยคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต สามารถปรึกษาขอคำวินิจฉัยจากศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตของ สพฉ. ผ่านสายด่วน 02 872 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ยึดคำวินิจฉัยของศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตเป็นที่สุด
“หากประชาชนพบสถานพยาบาลแห่งใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด ก็สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สบส. 1426 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่” ทพ.อาคม กล่าว

