สธ.ตีปี๊บ ชวนคนเกิดก่อนปี 2535 ตรวจไวรัสตับอักเสบบี-ซี ฟรี! ทุกสิทธิ ชี้ไทยป่วยกว่า 3 ล้านราย
วันนี้ (11 สิงหาคม 2566) ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวัดลาดปลาดุก (รพ.สต.) จ.นนทบุรี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงนโยบายการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ในสถานพยาบาลใกล้บ้าน พร้อมเชิญชวนประชาชนเข้ารับบริการ โดยมี นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.จักรกริช โง้วศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และ คณะผู้บริหาร สธ. ประชาชนและภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกว่า 350 คน

นพ.โอภาส กล่าวว่า ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. ที่มีเป้าหมายลดผู้ป่วยและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคระบาดรุนแรง ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เรื้อรัง ประมาณ 2.2 ล้านคน ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี เรื้อรัง ประมาณ 3-8 แสนคน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญนำไปสู่ภาวะตับแข็งและมะเร็งตับ ที่พบมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ อย่างไรก็ตาม การติดต่อของโรคไวรัสตับอักเสบบีและซีนั้น เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกัน จากเลือดหรือเข็มฉีดยา และ การติดต่อจากแม่สู่ลูก โดยโรคนี้มีระยะดำเนินโรคนาน ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าติดเชื้อ จนกว่าจะมีการตรวจคัดกรอง
ปลัด สธ. กล่าวว่า สธ.จึงมีเป้าหมายกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบบี และ ซี ให้สำเร็จ ภายในปี 2573 ทั้งนี้ การกำหนดสิทธิประโยชน์ตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และ ซี ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ จากการที่ประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและสะดวกในการรับบริการใกล้บ้าน เมื่อตรวจคัดกรองเร็ว รู้สถานะการติดเชื้อเร็ว ก็จะเข้าถึงการรักษาได้เร็ว ช่วยลดการป่วย การเสียชีวิต ลดการเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับได้ โดยได้ให้ รพ.สต. ทั้งสังกัด สธ. และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ร่วมเป็นเครือข่ายให้บริการ โดยหากคัดกรองแล้วพบว่า ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี แล้ว จะสามารถรักษาได้ที่ โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน ด้วยยาต้านไวรัสชนิดรับประทานที่มีประสิทธิภาพสูง รักษาหายขาดได้ ส่วนโรคไวรัสตับอักเสบ บี แม้ยังไม่มียารักษาให้หายขาด แต่หากอยู่ในระบบการรักษา จะได้รับยาและการดูแลอย่างต่อเนื่อง ป้องกันการป่วยรุนแรงได้
“ประชาชนทุกคนที่เกิดก่อนปี 2535 หรือผู้ที่อายุมากกว่า 30 ปี โดยส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีและซี จึงมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ ส่วนผู้ที่เกิดหลังปี 2535 ส่วนใหญ่จะได้รับวัคซีนแล้วเพราะเป็นหนึ่งในวัคซีนแรกเกิด ฉะนั้น ประชากรที่อายุมากกว่า 30 ปี มีประมาณ 30-40 ล้านคน จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวในทุกสิทธิการรักษา สามารถรับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบี และ ซี ได้ที่โรงพยาบาลของรัฐ, รพ.สต. และศูนย์บริการสาธารณสุขทุกแห่ง” นพ.โอภาส กล่าว
ด้าน นพ.ธเรศ กล่าวว่า ประชาชนสามารถรับการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี ด้วย HBsAg และตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี ด้วย Anti-HCV จำนวน 1 ครั้งตลอดช่วงชีวิต ส่วนกลุ่มเสี่ยง 5 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย บุคลากรสาธารณสุข และผู้ต้องขัง จะได้รับสิทธิตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ ซี ซ้ำทุก 1 ปี โดยหน่วยบริการจะได้รับค่าใช้จ่ายเมื่อให้บริการคัดกรองแก่กลุ่มเป้าหมาย มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป

