“เนิร์สคอนเน็กต์” ผิดหวังโผ ครม.เหตุไม่เห็นนโยบายดูแลบุคลากร สธ. จ่อถกร่วมหมอชลน่าน

28.08.23 | 12:09 น.

“เนิร์สคอนเน็กต์” ผิดหวังโผ ครม.เหตุไม่เห็นนโยบายดูแลบุคลากร สธ. จ่อถกร่วมหมอชลน่าน

วันนี้ (28 สิงหาคม 2566) น.ส.สุวิมล นัมคณิสรณ์ ตัวแทนสหภาพพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล และตัวแทนกลุ่ม Nurses Connect ซึ่งรวมตัวกันในฐานะตัวแทนเครือข่ายสหภาพบุคลากรทางการแพทย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดตั้งรัฐบาลและค่อนข้างแน่ชัดว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ สธ. ว่า จากการที่ตนได้หารือกับกลุ่มสมาชิก ต่างมีความรู้สึกผิดหวังที่ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ สธ.

“เนื่องจากพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้ ถ้าฟังนโยบายช่วงหาเสียงจะเห็นว่า ไม่มีนโยบายในการดูแลบุคลากรสาธารณสุข ทำให้ไม่เห็นภาพว่าหากเป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยแล้วนั้น บุคลากรจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง แต่จากที่พูดคุยกับกลุ่มสมาชิก ก็มีข้อสรุปว่า หากมีรัฐมนตรีว่าการ สธ.ชัดเจนแล้ว ก็จะต้องทำงานร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องมีการพูดคุยกันถึงปัญหาต่างๆ ทั้งชั่วโมงการทำงานของแพทย์ ค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ ของบุคลากรสาธารณสุข” น.ส.สุวิมลกล่าว

ทั้งนี้ น.ส.สุวิมลกล่าวว่า ปัญหาของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ เพราะหากสูญเสียกำลังคนมากกว่านี้ ก็จะไม่เหลือคนทำงานในระบบ จะส่งผลกระทบต่อการบริการประชาชน

“แม้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลและตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ สธ.ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคาดหวัง แต่เราก็จะต้องนำปัญหาไปพูดคุยกับรัฐบาลชุดนี้ เพื่อเร่งแก้ปัญหา ซึ่งที่ผ่านมา เราได้เข้าไปพูดคุยกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านแรงงานของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ถึงข้อเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหา แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคก้าวไกลจะต้องไปเป็นฝ่ายค้าน และหากเป็นคณะ กมธ.ชุดเดิม เราก็จะต้องดำเนินการต่อ ไม่เฉพาะกับพรรคก้าวไกล แต่รวมถึงพรรคการเมืองอื่นอย่างพรรคเพื่อไทย หากมีนโยบายหรือฝ่ายดูแลแรงงานที่อยากพูดคุยกับบุคลากรการแพทย์ เราก็พร้อมจะเข้าไปพูดคุย” น.ส.สุวิมลกล่าว

Advertisement

น.ส.สุวิมลกล่าวอีกว่า ปัญหาของบุคลากรการแพทย์ที่จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วน คือ 1.ชั่วโมงการทำงานของแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรสาธารณสุข ที่ปัจจุบันทำงานเกิน 80-100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถือเป็นภาระงานที่หนักและกระทบต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิตของคนทำงาน ตนมองว่าชั่วโมงการทำงานไม่ควรเกิน 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งก็ถือว่ายังเป็นตัวแทนที่ค่อนข้างหนักมากแล้ว 2.ค่าตอบแทนที่แม้จะมีการปรับเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอต่อภาระงาน และ 3.การรักษาบุคลากรให้อยู่ในระบบ ซึ่งตนก็อยากทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหานี้กับพรรคการเมืองที่จะเข้ามาดูแล สธ.

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มสมาชิกมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่อยากเสนอให้พรรคการเมืองพิจารณาหรือไม่ น.ส.สุวิมลกล่าวว่า อยากให้มีการเก็บข้อมูลการทำงานของบุคลากรเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดบุคลากร เพราะการมีตัวเลขการทำงานจริงต่อจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานจริง ที่จะต้องแยกออกจากบุคลากรระดับบริหาร จะสะท้อนให้เห็นสถานการณ์ขาดบุคลากรที่แท้จริง เพื่อมาหาวิธีเติมบุคลากรเข้าไป ขณะเดียวกัน ก็จะต้องรักษาบุคลากรที่มีอยู่ในระบบด้วย ซึ่งจะย้อนกลับไปว่า หากค่าตอบแทนเหมาะสม ชั่วโมงการทำงานไม่หนักเกินไป คนก็ยังอยู่ในระบบมากขึ้น

“หากมีนโยบายที่นึกถึงบุคลากร เราต้องคงจะรู้สึกดี รู้สึกว่าเรามีความสำคัญมากขึ้น ระบบการสาธารณสุขที่มีผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง แต่ก็อย่าลืมว่า เรามีคนทำงานที่ขูดเลือดขูดเนื้อตัวเองทุกวันเพื่อให้การรักษาผู้ป่วยออกมาดีที่สุด แต่คนกลุ่มนี้ไม่ถูกมองเห็น เราไม่ได้มีปัญหากับนโยบายสุขภาพถ้วนหน้าหรือนโยบายรัฐสวัสดิการที่อาจเพิ่มเป็นภาระงาน เพราะเราพร้อมดูแลประชาชน เพียงแต่เราอยากให้มองเห็นบุคลากร ให้ได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ได้มีเวิร์กไลฟ์บาลานซ์ ( Work-Life Balance) เหมือนอาชีพอื่นๆ บ้าง ขอฝากถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ให้เห็นความสำคัญเรื่องนี้ด้วย เพราะหากไม่มีบุคลากรสุขภาพแล้ว นโยบายที่ออกมาดีเท่าไร ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนเพื่อประชาชนได้” น.ส.สุวิมลกล่าว