ภาคประชาชนอยากเห็น รมว.สธ. ‘เพื่อไทย’ ขันนอตบัตรทอง ขอทำจริง 50 เขต 50 รพ.ในกรุง
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ผู้แทนภาคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการปรับปรุงและยกระดับบัตรทองของพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่าตนได้เห็นข้อมูลนโยบายนี้จากแผนผังการทำงาน (Flowchart) ที่เผยแพร่โดยพรรคเพื่อไทย ส่วนตัวมองว่ายังไม่มีประเด็นอะไรใหม่ ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ระบบหลักประกันสุขภาพพยายามยกระดับอยู่แล้ว เช่น ระบบนัดคิว การใช้บัตรประชาชนใบเดียว ฉะนั้น เป็นเรื่องดีที่จะสานต่อเรื่องเหล่านี้ให้เกิดระบบมากขึ้น เหมือนขันนอตให้แน่นขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่พรรคการเมือง หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คนใหม่ ควรจะทำคือ การทำให้หน่วยบริการต่างๆ มีความพร้อมที่จะทำตามนโยบายเหล่านั้น เพราะระบบบัตรทอง หรือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คือผู้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลแทนประชาชน จึงมีแผนการจ่ายอยู่แล้ว
“แต่สิ่งที่ต้องไปดูคือ ระบบของผู้ให้บริการ ต้องมีความพร้อมให้บริการ มีข้อมูลเชื่อมโยงการให้บริการ ซึ่งเหล่านี้ต้องใช้งบประมาณ ต้องการแรงสนับสนุนจากรัฐบาล เช่น การเพิ่มหน่วยบริการให้สามารถให้บริการได้ ระบบจัดซื้อยาให้ได้มาซึ่งการต่อรองราคายา การจัดบริการวัคซีนต่างๆ อาจต้องมีแผนระยะยาวเพื่อให้ไทยเข้าถึงวัคซีนและราคาที่ถูกลง เพราะปัจจุบันเราทำแผนการซื้อปีต่อปี ทำให้ต้องซื้อในราคาที่แพง คอมเมนต์เดียวของผมคือ ต้องทำให้กระทรวงสาธารณสุข มีความสามารถรองรับนโยบายต่างๆ มากขึ้น ต้องมีการอุดหนุนระบบการให้บริการทั้งระบบ ซึ่งเป็นส่วนของผู้ให้บริการ ดังนั้น การบ้านหนักของคนจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ สธ.คนต่อไป ต้องแก้ไขระบบของผู้ให้บริการ ทำให้โรงพยาบาลทุกแห่งมีความพร้อมรับ 30 บาทพลัส ที่เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย” นายนิมิตร์กล่าว
นายนิมิตร์กล่าวต่อไปว่า นโยบายตามแผนงานของพรรคเพื่อไทย 1 ใน 10 ที่น่าสนใจ คือ 50 เขต 50 โรงพยาบาล ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นความฝันของตนที่อยากเห็นภาพนี้ เพราะกรุงเทพฯเป็นพื้นที่ด้อยโอกาสในการเข้าถึงบริการมากกว่าคนในต่างจังหวัด อย่าง 1 เขต ของกรุงเทพฯ จริงๆ มิติสุขภาพใหญ่กว่าจังหวัด แต่กลับไม่มีโรงพยาบาลให้บริการประชาชน
“โดยเรื่องนี้มีโจทย์ใหญ่คือ การบริหารจัดการบุคลากร เพิ่มจำนวนให้มากขึ้น ผ่านระบบที่ดีขึ้น ส่วนเรื่องการก่อสร้างก็คาดว่าคงใช้เวลาไม่นาน ดังนั้น ควรจะต้องเริ่มทำเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง แล้วใช้เวลาตลอด 4 ปี ทำให้สำเร็จ ดังนั้น เรื่องการปรับปรุงบัตรทอง จริงๆ ไม่ใช่แค่บัตรทอง แต่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพทั้งหมด” นายนิมิตร์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวทางประเมินผลงานของรัฐมนตรีว่าการ สธ.อย่างไร และภาคประชาชนจะเสนอเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายนิมิตร์กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยรายละเอียดกัน แต่สิ่งที่จะชี้ว่าทำได้สำเร็จหรือไม่ ต้องดูแผนปฏิบัติการ ที่มีรายละเอียดว่าแต่ละนโยบายจะทำอย่างไรบ้าง มีแผนยุทธศาสตร์อย่างไร ส่วนเรื่องจ่ายเงิน สปสช.มีความพร้อมจ่ายอยู่แล้ว แต่คนให้บริการยังมีไม่มากพอ
เมื่อถามต่อว่า มีความคาดหวังถึงการกลับมาของพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคการเมืองริเริ่มทำเรื่องบัตรทองอย่างไร นายนิมิตร์กล่าวว่า คาดหวังไว้ว่าจะทำจริง มีรายละเอียดของแผนงานและต้องสร้างความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่จะต้องเข้ามาทำเรื่องนี้ด้วยกัน ทั้งผู้จ่ายเงิน ผู้ให้บริการ และประชาชน

