สปสช.-ทีเซลส์ เอ็มโอยูขับเคลื่อนนวัตกรรมการแพทย์ฯ ในระบบบัตรทอง
เมื่อวันที่ 7 กันยายน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (ศลช.) หรือทีเซลส์ (TCELS) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ด้านการพัฒนา เรื่องการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมี นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. และ ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ผู้อำนวยการทีเซลส์ ลงนาม พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมแถลงข่าวที่มาของการลงนามในครั้งนี้ และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นภายใต้เอ็มโอยู

ศ.เกียรติคุณ นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ประธานกรรมการทีเซลส์ กล่าวว่า การลงนามเอ็มโอยูในวันนี้ เกิดขึ้นจากทีเซลส์เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนนวัตกรรมและบริการด้านการแพทย์และสุขภาพไปสู่เชิงพาณิชย์และสังคม โดยเชื่อว่าการร่วมมือกับ สปสช. จะช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมและบริการด้านการแพทย์ของไทยไปสู่ระบบสุขภาพ เพื่อเป้าหมายสูงสุดในการสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้กับระบบสุขภาพของประเทศไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน
“ความร่วมมือนี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมและบริการทางการแพทย์และสุขภาพของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมในการนำผลงานวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมไทยไปใช้ให้เกิดประโยชน์และสามารถผลิตสู่เชิงพาณิชย์อย่างมีมาตรฐาน รวมทั้งทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ และรุกตลาดในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน” ศ.เกียรติคุณ นพ.ประสิทธิ์กล่าว

ด้าน นพ.จเด็จกล่าวว่า ในการบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท เพื่อให้เกิดความครอบคลุมและทั่วถึงในการดูแลประชาชนผู้ใช้สิทธิ จำเป็นต้องนำนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพที่วิจัยและผลิตขึ้นเองในประเทศมาให้บริการในระบบฯให้ได้มากที่สุด เพราะไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดงบประมาณเมื่อเปรียบเทียบกับการนำเข้าจากต่างประเทศแล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการ และสร้างความเท่าเทียมด้านสุขภาพให้กับผู้มีสิทธิบัตรทอง รวมไปถึงร่วมผลักดันการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพใหม่ๆ ในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา สปสช.ได้มีการบรรจุสิทธิประโยชน์ผลิตภัณฑ์ในรายการบัญชีนวัตกรรมแล้ว อาทิ รากฟันเทียม ถุงทวารเทียม เป็นต้น และได้ให้บริการกับผู้มีสิทธิบัตรทองแล้ว
“หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นระบบประกันสุขภาพที่ดูแลประชาชนทั่วประเทศกว่า 48 ล้านคน กรณีที่มีการคิดค้นวิจัยนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือเพื่อทดแทนการนำเข้า ซึ่งมีคุณภาพและมาตรฐาน สปสช.ยินดีที่จะร่วมส่งเสริมและให้การสนับสนุนเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพที่เป็นของคนไทย นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับประเทศไทยในที่สุด” นพ.จเด็จกล่าว

ดร.จิตติ์พรกล่าวว่า การสนับสนุนนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพภายใต้ความร่วมมือนี้ ทีเซลส์ และ สปสช.จะร่วมกันส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพของไทยเข้าสู่ระบบบริการสาธารณสุข พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ big data เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงระบบฯ การขยายแพลตฟอร์มที่ให้บริการดูแลสุขภาพเบื้องต้นผ่านร้านยาและคลินิกพยาบาล รวมถึงการพัฒนาระบบติดตามและประเมินผลนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพในระบบบริการสุขภาพร่วมด้วย
“ทีเซลส์เห็นความสำคัญกับการให้ความสำคัญสนับสนุนและส่งเสริมนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นในประเทศ โดยความร่วมมือกับ สปสช. ในครั้งนี้จะเน้นการพัฒนานวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพของไทยเพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพของบริการสุขภาพสำหรับประชาชน รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ big data เข้าสู่ระบบบริการสาธารณสุข เพื่อทั้งขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงนวัตกรรมด้านการแพทย์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศต่อไป” ดร.จิตติ์พรกล่าว

