‘หมอชลน่าน’ ชื่นชม รพ.ตากใบ ใช้เทคโนโลยีจัดการระบบบริการ อำนวยความสะดวกประชาชน

19.09.23 | 17:46 น.

“หมอชลน่าน” ชื่นชม รพ.ตากใบ ใช้เทคโนโลยีจัดการระบบบริการ อำนวยความสะดวกประชาชน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566 ที่โรงพยาบาลตากใบ จังหวัดนราธิวาส นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดอาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาล (รพ.) ตากใบ จ.นราธิวาส โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นายทศพล สวัสดิสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส คณะผู้บริหาร สธ. บุคลากรและเจ้าหน้าที่ รพ.ตากใบ ร่วมพิธี

นพ.ชลน่านกล่าวว่า สธ.ได้กำหนดประเด็นดิจิทัลสุขภาพ เป็น 1 ในนโยบายการดำเนินงานที่สำคัญ มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบบริการให้ประชาชนเข้าถึงสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดย รพ.ตากใบ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียง มีชายแดนติดประเทศมาเลเซีย ดูแลประชากรจำนวน 8 ตำบล รวม 74,474 คน ได้มีการพัฒนาที่สอดคล้องตามนโยบาย ทั้งการปรับปรุงโครงสร้างอาคารผู้ป่วยนอกให้สามารถรองรับบริการได้ 6 ห้องตรวจ และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการระบบ

Advertisement

โดยเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เช่น การใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพียงใบเดียว บริการตรวจสอบสิทธิอัตโนมัติ ระบบจองห้องพิเศษออนไลน์ ระบบจอภาพคิวการรักษาในจุดที่มีผู้รับบริการจำนวนมาก ระบบแพทย์บันทึกข้อมูลการรักษา (Hospital Information System : HIS) และสั่งยาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Paperless) เป็นต้น รวมทั้งยังเปิดให้บริการนอกเวลาราชการและวันหยุด ส่งผลให้แต่ละวันมีผู้รับบริการเฉลี่ย 446 คน เป็นการอำนวยความสะดวกประชาชน เพิ่มคุณภาพบริการ ลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอยการรักษา รวมถึงช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็นของบุคลากรการแพทย์อีกด้วย

นพ.ชลน่านกล่าวว่า นอกจากนี้ รพ.ตากใบ ยังมีการพัฒนาระบบบริการอื่นๆ ทั้งการดูแลผู้ป่วยในที่บ้าน (Homeward) มินิธัญญารักษ์ ดูแลผู้ป่วยยาเสพติด หออภิบาลทารกแรกเกิด หน่วยฟอกเลือดด้วยไตเทียม การล้างไตทางช่องท้อง การดูแลผู้สูงอายุ “ชราธิวาส” การแพทย์ปฐมภูมิและโรงเรียนแพทย์ชุมชน ซึ่งเป็นการจัดบริการตามแนวทางการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของ สธ.

“แผนกผู้ป่วยนอก ถือเป็นด่านหน้าในการรับผู้ป่วย การนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาปรับปรุงการจัดบริการให้มีความสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัยทั้งต่อผู้ให้บริการและผู้รับบริการ จึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้ประชาชนเกิดความพึงพอใจ และเชื่อมั่นในระบบบริการสุขภาพของ สธ.” นพ.ชลน่านกล่าว