“ชลน่าน” เปิด 13 โครงการควิกวิน! ผุด รพ.120 เตียง เขตดอนเมือง 4 เขตสุขภาพใช้บัตรใบเดียว
เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการ สธ. พร้อมด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. แถลงข่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 9/2566

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ที่มากขึ้น โดยหลังจากที่ประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ส่งผลให้ประชาชนสวมหน้ากากลดลง ฉะนั้น อัตราการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจจึงมากขึ้น จึงต้องให้ความสำคัญกับวัคซีน โดยเฉพาะกลุ่ม 608 สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่พบอัตราตายในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก ต่อมาเป็นประเด็นการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน (Quick win) 13 ประเด็น ที่ประชุมเห็นชอบนโยบายและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่ต้องทำใน 100 วัน ที่ประชุมมีมติให้แต่ละเขตสุขภาพคัดเลือกควิกวินเด่นๆ ที่สามารถตอบโจทย์ของประชาชนได้ ได้แก่ โครงการที่ 1 ดำเนินการตามแผนโครงการเฉลิมพระเกียรติ คัดกรองมะเร็งให้ผู้ต้องขังทุกราย สร้างโรงพยาบาล (รพ.) ใน รพ.เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 10 แห่ง และ รพ.เทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา จ.เชียงใหม่ อีกทั้ง ยังมีโครงการสุขศาลาพระราชทาน ผ่านการรับรองคุณภาพทุกแห่ง
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า โครงการที่ 2 นโยบาย 50 เขต 50 รพ. ประกาศตั้ง รพ. 120 เตียง ซึ่งจะนำร่องในเขตดอนเมือง โครงการที่ 3 นโยบายด้านสุขภาพจิตและยาเสพติด ตั้งศูนย์มินิธัญญารัตน์ทุกจังหวัด และมีกลุ่มงานจิตเวชทุกอำเภอ โครงการที่ 4 มะเร็งครบวง เดินหน้าฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกให้เด็กหญิงอายุ 11-20 ปี หรือตั้ง ป.5 ถึง ปี 2 รวม 1 ล้านคน ภายใน 100 วัน เป็นการขยายจากเดิมที่กำหนดไว้ที่อายุ 9-15 ปี เนื่องจากข้อมูลทางวิชาการชี้ชัดว่าหากมีการขยายกลุ่มมากขึ้นได้ ก็จะลดอัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูกในประเทศได้ โครงการที่ 5 สร้างขวัญกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยจะมีทีม Care D+ ในหน่วยบริการทุกระดับ โดยทีมนี้จะไปช่วยดำเนินการให้ความรู้ความเข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างญาติและผู้ให้บริการในสถานบริการ โดยเฉพาะที่ดูแลภาวะฉุกเฉิน หรือสถานบริการที่มีความแออัด ที่สำคัญจะประกาศบรรจุข้าราชการชำนาญการพิเศษครบทุกตำแหน่ง และได้รับสิทธิการเลื่อนเงินเดือนระหว่างได้สิทธิไปลาศึกษาต่อ
“พูดง่ายๆ คือ ไม่แป๊กเงินเดือน เดิมที่ผ่านมาจะได้รับเงินเดือนระดับเดิม จนกว่าจะจบการศึกษา แต่ต่อไปจะไม่เป็นเช่นนั้น” นพ.ชลน่าน กล่าวและว่า โครงการที่ 6 การแพทย์ปฐมภูมิ จะมีการเดินหน้าโครงการเทเลเมดิซีน ระบบการแพทย์ทางไกล ใกล้บ้าน 1 จังหวัด 1 โรงพยาบาล รวมถึงอนามัยโรงเรียน 1 อำเภอ 1 โรงเรียน
โครงการที่ 7 สาธารณสุขชายแดน และพื้นที่เฉพาะ มีการขึ้นทะเบียนเบิกจ่ายแบบเรียลไทม์ สำหรับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ ในกลุ่มประชากรเฉพาะ 5 จังหวัดจะมีการประกาศต่อไป โครงการที่ 8 สถานชีวาภิบาล จะประกาศตั้งสถานชีวาภิบาล จังหวัดละ 1 แห่ง หรือที่เรียกว่า โฮมวอร์ด (Home Ward) จังหวัดละ 1 แห่ง มีคลินิกผู้สูงอายุทุกโรงพยาบาล โครงการที่ 9 พัฒนาโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) แม่ข่าย เติมเต็มศักยภาพให้ รพช.ที่จะรับการดูแลในระดับทุติยภูมิ มีการกำหนดเป้าหมาย เพิ่มศักยภาพ วินิจฉัยโรคด้วยเครื่องซีที เครื่อง MRI
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า โครงการที่ 10 ดิจิทัลสุขภาพ ประกาศการเข้าถึงบริการด้วยบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ ทุกโรค รักษาฟรี นำร่อง 4 เขตสุขภาพ ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 1 เป็นเหนือตอนบน เขตสุขภาพที่ 4 เป็นพื้นที่ภาคกลาง เขตสุขภาพที่ 9 ภาคอีสานตอนใต้ และเขตสุขภาพที่ 12 เป็นพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
โครงการที่ 11 ส่งเสริมการมีบุตร ผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ จะมีคลินิกส่งเสริมการมีบุตรอย่างน้อย 1 จังหวัด 1 แห่ง ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย และเติมเต็มคัดกรองเด็ก 24 กลุ่มโรค และนโยบายใหม่จะเพิ่ม 40 กลุ่มโรค โครงการที่ 12 เศรษฐกิจสุขภาพ จะประกาศให้มี Wellness Community หรือ บลูโซน (Blue Zone) หรือเมืองที่คนอยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี อายุยืน ทำให้ได้เขตสุขภาพละ 1 แห่ง หรือเติมเต็มบางแห่งที่มีความพร้อม อย่าง จ.เชียงใหม่ และ จ.น่าน ก็จะทำเรื่องนี้ และจะขึ้นทะเบียน Wellness Center อีก 500 แห่ง อนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน 100 รายการ สร้างงานสร้างอาชีพ เช่น นวดไทย 500 คน โครงการที่ 13 นักท่องเที่ยวปลอดภัย เขตสุขภาพละ 1 แห่ง โดยสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติประกาศจะทำ 1 เขต 1 สกายดอกเตอร์
“เราประกาศ 13 ควิกวิน แต่จะคัดเลือกเด่นๆ ตอบโจทย์ประชาชนเป็นแผนปฏิบัติการเร่งรัด มีผลลัพธ์ชัดเจน โดยจะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ส่วนอื่นๆ ก็จะทำต่อไป” นพ.ชลน่าน กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า บัตรประชาชนใบเดียวที่จะนำร่องในเขตสุขภาพที่ 1 เขต 4 เขต 9 และ เขต 12 จะเฉพาะในรพ.สังกัด สธ. ใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ใช่ จะบริหารจัดการในสังกัด สธ.ให้เป็นไปตามควิกวิน จากนั้นเป้าหมายต่อไปเรามีคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มี นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นเลขานุการ จะดำเนินการกรณีเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆ จากต่างกระทรวงมาเป็นหนึ่งเดียวกัน เชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งจะอยู่บนคราวน์
เมื่อถามวัตถุประสงค์ของการเลือกเขตสุขภาพนำร่อง อย่างเขตสุขภาพที่ 12 บางจังหวัดเป็นพื้นที่ชายแดน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า คณะกรรมการเข้าไปดูใน 4 เขตนี้ มีความพร้อมว่า จะสามารถประกาศผลลัพธ์ได้ อย่างเขตสุขภาพ 12 หลายคนอาจนึกไม่ถึง แต่หลังจากตนลงพื้นที่ทำให้ทราบว่า เขต 12 มีความโดดเด่นในเรื่องดิจิทัลเฮลธ์ มีสมาร์ทฮอสพิทัล อย่าง รพ.ยี่งอ เป็นสมาร์ทฮอสพิทัล เป็น รพ.ในฝัน เป็นกรีนฮอสพิทัล
เมื่อถามว่า บัตรประชาชนใบเดียวรักษาฟรี รักษาทุกที่ จะเริ่มเมื่อไร อย่างไร นพ.ชลน่าน กล่าวว่า จริงๆ รพ.ทุกแห่งในเขตสุขภาพนำร่อง มีความพร้อมอยู่แล้ว ในการให้บริการ แต่กำหนดว่า ภายใน 100 วัน จะเชื่อมโยงข้อมูลได้หมด โดยประชาชนสามารถไปรักษาข้าม รพ.ได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว ซึ่งเราหวังว่า ทั้ง 4 เขตสุขภาพนำร่องจะเริ่มใช้ครบทั้งหมดภายใน 100 วัน เป็นของขวัญปีใหม่ 2567

