“ชลน่าน-สันติ” มอบ 13 นโยบายสาธารณสุขยุคใหม่ เร่งทำ 5 ควิกวิน ต้องเสร็จใน 100 วัน

22.09.23 | 15:49 น.

“ชลน่าน-สันติ” มอบ 13 นโยบายสาธารณสุขยุคใหม่ เร่งทำ 5 ควิกวิน ต้องเสร็จใน 100 วัน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการ สธ.พร้อมด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. มอบนโยบายกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2567 ให้กับผู้บริหารระดับสูงในสังกัด สธ.ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ภายใต้แนวคิด “พี่เล่าให้น้องฟัง รวมพลัง แล้วไปกันต่อ” ซึ่งมuผู้เข้าร่วมชมผ่านออนไลน์กว่า 5,000 คน

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า สธ.มีภารกิจดูแลสุขภาพคนไทยทั้งประเทศให้แข็งแรง เป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและประเทศ จากนี้ ขอให้ร่วมมือกันยกระดับ 30 บาทพลัส ให้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ต้องพร้อมรับมือความท้าทายสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง เช่น สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ อัตราการเกิดที่ลดลง ขาดแคลนแรงงานในอนาคต ภาวะโลกร้อนสู่ยุคโลกเดือด ฝุ่น PM 2.5 ภัยคุกคามทางไซเบอร์ เป็นต้น

“การขับเคลื่อนสาธารณสุขไทยต่อจากนี้ คือ “สาธารณสุขยุคใหม่” ปรับระบบบริการสุขภาพให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ต่อยอดเศรษฐกิจไทย เติมเต็มบริการสุขภาพเพื่อประชาชน ยกระดับการดูแลสุขภาวะที่ดี ทั้งกาย ใจ ปัญญา เชื่อมกันทุกมิติ ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน ควบคุม รักษา และฟื้นฟู ด้วยนโยบาย 30 บาทพลัส เพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม ครอบคลุมทุกพื้นที่ใน 13 ประเด็นสำคัญ” นพ.ชลน่าน กล่าว

Advertisement

สำหรับประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.โครงการพระราชดำริทางด้านสาธารณสุข 2.เพิ่มการเข้าถึงบริการในเขตเมือง โรงพยาบาล (รพ.) กทม. 50 เขต 50 รพ.และปริมณฑล ทั้งการบริหารเตียง ใช้ทรัพยากรร่วมกันของทุกภาคส่วน ใช้รูปแบบรัฐร่วมเอกชน จัดตั้ง รพ.แห่งใหม่ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการในเขตเมือง เป็นต้น 3.สุขภาพจิต/ยาเสพติด มีแผนกจิตเวช มีหอผู้ป่วยจิตเวชที่พร้อมให้บริการ มีศูนย์ธัญญารักษ์ทุกจังหวัด 4.มะเร็งครบวงจร โดยคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในเพศหญิง และมะเร็งท่อน้ำดี ตับ ปอดในเพศชาย ลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยการจัดตั้งกองทุนมะเร็ง และจัดตั้งทีมเชิงรุก CA Warrior เพื่อลดป่วยลดตาย สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

5.สร้างขวัญกำลังใจบุคลากรทุกระดับ ทั้งกองหน้า กองกลาง และกองหลัง ให้มีความก้าวหน้า มั่นคง อยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ที่สำคัญคือ การสื่อสารรูปแบบใหม่กับผู้ป่วย ญาติ คนใกล้ชิด เพื่อความเข้าใจผู้รับบริการ 6.การแพทย์ปฐมภูมิ เพิ่มความครอบคลุมการดูแลที่บ้านและชุมชน 7.สาธารณสุขชายแดน พื้นที่เฉพาะ และกลุ่มเปราะบาง ต้องเพิ่มการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน 8.สถานชีวาภิบาล พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยระยะสุดท้าย การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Home Ward) จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต รองรับสังคมผู้สูงอายุและลดภาระบุตรหลาน

9.พัฒนาโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย พัฒนาระบบส่งต่อแบบไร้รอยต่อ เพิ่มศักยภาพการตรวจวินิจฉัยและรักษา CT Scan/ICU จัดให้มี Mobile Stroke Unit เพื่อลดการส่งต่อ 10.ดิจิทัลสุขภาพ ใช้บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ พัฒนาเป็น รพ.อัจฉริยะ One Thai Card Smart Hospital ให้บริการสุขภาพยุคใหม่ ตรงความต้องการของประชาชน เข้าถึงได้ง่าย 11.ส่งเสริมการมีบุตร ผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ มีลูก มีแต่ได้ 12.เศรษฐกิจสุขภาพ สร้างต้นแบบพื้นที่อายุยืน (Blue Zone) “หนึ่งเขตสุขภาพ หนึ่งพื้นที่อายุยืน” ในทุกจังหวัด ดูแลสุขภาพครบวงจร ต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และ 13.นักท่องเที่ยวปลอดภัย ยกระดับความปลอดภัยด้านอาหาร สถานที่ ผู้ให้บริการ ระบบเฝ้าระวังโรคและควบคุมโรคให้ทันสมัย ทันเวลา และง่ายต่อการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีเกิดโรคระบาด เพิ่มบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับดูแลผู้ป่วยวิกฤตอย่างครอบคลุม เราจะเป็นหลังบ้านเป็นหลักประกันความปลอดภัย ให้ประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยว

รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวต่อว่า สำหรับควิกวิน (Quick Win) 100 วัน ที่จะเน้นหนักให้เห็นผลลัพธ์โดยเร็วมี 5 เรื่อง คือ 1.โครงการพระราชดำริ โดยคัดกรองมะเร็งในผู้ต้องขังทุกคน ขับเคลื่อนโครงการเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไตรมาส 2 ทั้งแว่นตาผู้สุงอายุ 72,000 อัน ผ่าตัดต้อกระจก 7,200 ดวง ฟันเทียม 72,000 คน ออกหน่วยพื้นที่ห่างไกล 720 อำเภอ ดูแลสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ 72,000 รูป และอาคารผู้ป่วยนอกเขตเมืองเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 72 แห่ง 2.ดิจิทัลสุขภาพ บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่ นำร่อง 4 เขตสุขภาพ 3.สร้างขวัญและกำลังใจบุคลากร โดยมี Care D+ Team ในหน่วยบริการทุกระดับ 4.รพ.กทม. 50 เขต 50 รพ.และปริมณฑล โดยจัดตั้ง รพ. 120 เตียงในเขตดอนเมืองและเชียงใหม่ และ 5.สถานชีวาภิบาล จัดตั้งจังหวัดละ 1 แห่ง จัดตั้ง Hospital at Home จังหวัดละ 1 แห่งและจัดตั้งคลินิกผู้สูงอายุทุกโรงพยาบาล

“การขับเคลื่อนจะสําเร็จลุล่วงเกิดประสิทธิผลสูงสุดได้ ด้วยพลังความคิด ความร่วมแรงร่วมใจของทุกคน เพื่อส่งมอบของขวัญด้านสุขภาพที่ดีที่สุดให้กับชาวไทย ขอให้มั่นใจว่า ด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวกระทรวงสาธารณสุขยุคใหม่ MOPH Plus เป็นพลังในการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด ยกระดับ 30 บาทพลัส เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน” นพ.ชลน่าน กล่าว

ด้าน นายสันติ กล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบาย เพื่อยกระดับบริการสุขภาพสู่อนาคตสาธารณสุขไทยที่สร้างเศรษฐกิจ ด้วยการขยายบทบาทการดูแลระบบสุขภาพของคนในประเทศ ไปสู่การดูแลศักยภาพด้านอาหาร สมุนไพร การรักษาพยาบาล การท่องเที่ยว เป็นกลไกขับเคลื่อน ทำให้โลกเห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพรองรับ การขับเคลื่อนให้สำเร็จลุล่วง ฝ่ายข้าราชการและฝ่ายการเมืองต้องร่วมมือและส่งเสริมกันในเชิงบวก

“วันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการระดมสรรพกำลังและทรัพยากร ร่วมกันคิดและขับเคลื่อนสาธารณสุขไทยทั้งระบบ ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศ ให้เกิดการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนแข็งแรงทุกช่วงวัย ลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการผลิตและพัฒนาให้มีจำนวนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเพียงพอต่อการให้บริการสุขภาพที่ดี มีคุณภาพสำหรับประชาชนทุกคน” นายสันติ กล่าว