กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล เบื้องหลังความสำเร็จแก้ “แล้ง-ท่วม”

26.09.23 | 14:09 น.

ประเทศไทยประสบปัญหาสภาวะความแห้งแล้งมากผิดปกติจากความผันแปรของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร น้ำบาดาลŽ จึงเป็นทางเลือกสำคัญในการพัฒนาขึ้นมาใช้ประโยชน์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ตลอดจนเป็นปัจจัยการผลิตในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งแนวโน้มการใช้น้ำบาดาลมีอัตราเพิ่มมากขึ้นทุกปี เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากร และการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศโลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจึงได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่คาดว่าจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และอาจจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร พร้อมสำรวจหาแหล่งน้ำบาดาลสำรองให้ได้มากที่สุด

นายธัญญา เนติธรรมกุลŽ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งน้ำบาดาล และการบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ประกอบกับที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล (กพน.) ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) น้ำบาดาล พ.ศ.2520 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.น้ำบาดาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2546 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการศึกษา วิจัย พัฒนา และอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาลและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลจะต้องเป็นไปตามแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาลและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2565-2569 (ฉบับปัจจุบัน) โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลควบคุมการใช้จ่ายเงินหรือทรัพย์สินของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยได้สนับสนุนการศึกษา วิจัย เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำและการใช้ประโยชน์อย่างสมดุล พัฒนาและยกระดับการจัดทำข้อมูลพื้นฐานด้านทรัพยากรน้ำบาดาล

คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล มีองค์ประกอบที่กำหนดไว้ในมาตรา 7 ฉ พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.น้ำบาดาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2546 ประกอบด้วย อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมทรัพยากรน้ำ ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นกรรมการ

Advertisement

โดยอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้แต่งตั้งให้ผู้อำนวยการสำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล เป็นกรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ การใช้จ่ายเงินของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล จะต้องอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ตามมาตรา 7 เบญจ พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 และแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.น้ำบาดาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2546 ตามหลักเกณฑ์ของโครงการที่ขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล

ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล โดยกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลได้สนับสนุนงบในการดำเนินงานโครงการต่างๆ ซึ่งมีโครงการหลักที่สำคัญ ได้แก่

-โครงการศึกษาสำรวจศักยภาพน้ำบาดาลบนพื้นที่เกาะในภาคใต้ของประเทศไทย กรณีพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา เพื่อศึกษา สำรวจศักยภาพน้ำบาดาล และความเหมาะสมในการพัฒนาน้ำบาดาล พร้อมทั้งรูปแบบแนวทางการบริหารจัดการน้ำบาดาลที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศพื้นที่เกาะยาว และสามารถรองรับการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาล เพื่อสนับสนุนการอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม ซึ่งจะทำให้ประชาชนบนเกาะยาว ไม่น้อยกว่า 3,600 ครัวเรือน มีแหล่งน้ำบาดาลสำหรับการอุปโภคบริโภค และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้ประชาชนด้วย

-โครงการศึกษาสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลต้นทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.มุกดาหาร เพื่อศึกษาอุทกธรณีวิทยา ธรณีฟิสิกส์ และอุทกธรณีเคมี พร้อมปรับปรุงแผนที่น้ำบาดาลขั้นรายละเอียด มาตราส่วน 1:50,000 พร้อมทั้งประเมินศักยภาพน้ำบาดาล คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงปริมาณและคุณภาพน้ำบาดาล และปริมาณน้ำที่เหมาะสมที่สามารถพัฒนาขึ้นมาใช้ได้ (Safe Yield) โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์น้ำบาดาล ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.มุกดาหาร ซึ่งสามารถนำผลการศึกษามาใช้ในการประกอบการตัดสินใจในการพัฒนาน้ำบาดาลในพื้นที่ และประชาชนในพื้นที่ 64,450 ครัวเรือน จะมีแหล่งน้ำบาดาลที่มีศักยภาพเหมาะสมต่อการพัฒนาต่อยอดใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภค การเกษตร และกิจกรรมอื่นๆ เพื่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

-โครงการศึกษาสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาลในหินตะกอนชุดไทรแอสซิก (Triassic) ประเภทหินเชิร์ต (Chert) และหินดินดาน (Shale) ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง (ระยะติดตามประเมินผลและประชาสัมพันธ์) ซึ่งเป็น 1 ใน 15 โครงการ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (ระยะที่ 1) โดยดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำ ตรวจสอบอัตราการไหลของบ่อผลิต และสำรวจความพึงพอใจของประชาชนในพื้นที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 592 ครัวเรือน หรือ 1,828 คน ได้มีแหล่งน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างทั่วถึงและเพียงพอ

-โครงการศึกษารูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลในพื้นที่หาน้ำยาก เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาน้ำบาดาลให้ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน อ.เลาขวัญ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี (ระยะที่ 2) โดยดำเนินการก่อสร้างรูปแบบระบบประปาบาดาลและระบบเติมน้ำใต้ดิน 3 พื้นที่ (ต.หนองกร่าง อ.บ่อพลอย, ต.หนองนกแก้ว ต.หนองโสน อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี) ซึ่งขุดสระเติมน้ำตามแบบมาตรฐานที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลกำหนดไว้ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และยังได้ทดสอบอัตราการซึมบริเวณก้นสระ โดยวิธีการ Double ring infiltration ในพื้นที่ที่จัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินระดับตื้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินศักยภาพในการเติมน้ำของระบบเติมน้ำใต้ดินระดับตื้นรูปแบบสระเติมน้ำ เมื่อดำเนินโครงการเสร็จสิ้น จะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่หาน้ำยากและแล้งซ้ำซากได้อย่างยั่งยืน ประชาชนใน 3 พื้นที่ จะมีน้ำกิน น้ำใช้ และทำการเกษตรไม่น้อยกว่า 16,686 คน หรือ 8,350 ครัวเรือน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ยกคุณภาพชีวิต และมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ

โครงการพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้านน้ำบาดาลเพื่อบริการประชาชน (Badan4Thai) เพื่อพัฒนาแอพพ์ให้บริการข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำบาดาลที่มีการแสดงผลผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ (Mobile Devices) บนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ด้วยข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน เข้าใจง่าย และทันสมัย สำหรับบริการประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ใช้ข้อมูลด้านน้ำบาดาล เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากน้ำบาดาลอย่างคุ้มค่า โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำบาดาล (Smart Pasutara) ให้ข้อมูลแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และทันสมัย