ปี’ 65 ไทยพบ “สูงวัย” กว่า 12 ล้านคน แนวโน้มอยู่ลำพัง สสส.จับมือภาคีดูแล 4 มิติ
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมเนื่องในวันผู้สูงอายุสากล พ.ศ.2566 โดยเปิดเวทีสาธารณะ “เมืองดีต่อใจ วัยเกษียณ”

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. เปิดเผยสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ว่า จากการสำรวจปี 2565 มีผู้สูงอายุจำนวน 12.69 ล้านคน ช่วงอายุ 60 – 69 ปี อยู่คนเดียว ร้อยละ 12 และ ร้อยละ 21.1 อยู่ลำพังกับคู่สมรส ทั้ง 2 กลุ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีความเปราะบางต่อปัญหาต่างๆ ทั้งพบปัญหาสุขภาพโรคไม่ติดต่อ (NCDs) อย่างต่อเนื่อง มีรายได้น้อย ต้องอาศัยเบี้ยยังชีพ ขาดพื้นที่หรือโอกาสทำกิจกรรม มีอุปสรรคการเดินทาง รวมถึงที่อยู่อาศัยไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างสะดวก ปลอดภัย

นางภรณี กล่าวว่า ปัญหานี้เกิดจากขาดการเตรียมพร้อมตั้งแต่ช่วงก่อนวัยสูงอายุ และระบบรองรับสังคมสูงอายุที่ไม่เพียงพอ หากมองแนวทางที่ทำให้เกิดขึ้นได้จริง คือ การมีเมือง ชุมชน เอื้อต่อการใช้ชีวิต สสส. จึงเปิดเวทีสาธารณะ เมืองดีต่อใจ วัยเกษียณ เพื่อรวมกันสื่อสารแนวคิด สูงวัยในถิ่นเดิม (Aging in Place) ให้ทุกคนสามารถอาศัยอยู่ในบ้าน หรือที่อยู่อาศัยเดิมได้นานที่สุด มีชีวิตอย่างเหมาะสม รองรับความต้องการทุกช่วงวัย

“กุญแจสำคัญของสูงวัยในถิ่นเดิม คือ การเตรียมพร้อม โดย สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย พัฒนาระบบรองรับสังคมสูงวัย มีคุณภาพชีวิต 4 มิติ เช่น มิติสุขภาพ สนับสนุนการขับเคลื่อนระบบสุขภาพไร้รอยต่อ คัดกรอง และดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม ทันตกรรมผู้สูงอายุ มิติเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางรายได้ สร้างโอกาส เพิ่มทักษะ เปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุมีงาน หาอาชีพใหม่สร้างรายได้ และมีนโยบายบำนาญถ้วนหน้า มิติสังคม เสริมทักษะเทคโนโลยี เรียนรู้ออนไลน์ ใช้ในโรงเรียนผู้สูงอายุ สร้างทัศนคติเชิงบวกระหว่างคนต่างวัย มิติสภาพแวดล้อม ให้ความรู้การออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design : UD) กับประชาชน ยังมีผู้สูงอายุอีกจำนวนมากที่มีศักยภาพ พร้อมที่จะออกมาทำงาน และใช้ชีวิต สสส. ภาคีเครือข่าย คาดหวังให้ระบบรองรับสังคมสูงวัยภายใต้นโยบายภาครัฐ เกิดเป็นรูปธรรมได้จริง ให้งานเมืองดีต่อใจ วัยเกษียณ เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ สู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่” นางภรณี กล่าว

น.ส.แรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า กรมกิจการผู้สูงอายุ ภายใต้การนำของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ พม.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย โดยมีนโยบายเร่งด่วน 4 ประเด็น ได้แก่ 1.พัฒนาจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ สร้างกลไกครอบครัวอุปถัมภ์ ด้วยการช่วยเหลือในชุมชน 2.ศูนย์พักฟื้นและเสริมพลังชีวิต พัฒนาศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) เป็นทางเลือกให้ผู้สูงอายุที่ต้องการฟื้นฟู และดูแลสุขภาพได้เข้ามาใช้บริการ 3.ศูนย์บริบาลผู้สูงอายุชุมชน/ตำบล ให้ผู้สูงอายุในชุมชนที่อยู่ลำพังมีผู้ดูแล 4.สนับสนุนเงินทุนเพื่อการประกอบอาชีพแก่ผู้สูงอายุ รายละ 30,000 บาท ผ่อนชำระ 3 ปี โดยไม่เสียดอกเบี้ย รัฐบาลให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมของคนทุกกลุ่ม โดยมุ่งมั่นให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมด้วยสวัสดิการโดยรัฐ เพื่อให้สังคมไทยเป็นเมืองที่ดีต่อใจวัยเกษียณ

