“พิพัฒน์” มอบนโยบาย กพร.ตั้งเป้าพัฒนาฝีมือแรงงานให้ได้ 3.9 ล้านคน
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นำคณะ ตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการให้แก่ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) โดยมี นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน น.ส.บุปผา เรืองสุด อธิบดี กพร. ผู้บริหาร ให้การต้อนรับ และนำเยี่ยมชมบูธภารกิจต่างๆ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เห็นว่ากระทรวงแรงงานเป็นหนึ่งในกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ที่มีภารกิจในการดูแลกำลังแรงงานของประเทศให้เพียงพอ ทั้งเชิงปริมานและเชิงคุณภาพ สำหรับรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ

“กระทรวงแรงงานรับหน้าที่ในการดูแลแรงงานทุกระดับ ตั้งแต่แรงงานรายวันตลอดจนผู้บริหารระดับสูง ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญที่กระทรวงแรงงานต้องให้การช่วยเหลือแรงงานไทยให้หลุดพ้นจากคำว่าค่าแรงขั้นต่ำ หมายความว่า คนไทยทุกคนต้องมีรายได้จากการทำงานไม่น้อยกว่า 400 บาทต่อวัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กพร.และกระทรวงแรงงานที่จะต้องพยายามทำการอบรมพัฒนาฝีมือของทุกภาคส่วน โดยพัฒนากำลังแรงงานไทยให้มีศักยภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงการส่งเสริมแรงงานไทยให้มีงานทำได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมตามทักษะฝีมือ และได้มีนโยบายสำคัญเพื่อขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงแรงงาน เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานภายใต้แนวคิด ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งนี้ กพร.มีภารกิจด้านการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ถือเป็นภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน การรับรองความรู้ความสามารถ และการส่งเสริมสถานประกอบกิจการให้พัฒนาทักษะลูกจ้างของตนให้เป็นแรงงานคุณภาพด้วย” นายพิพัฒน์ กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า ได้มอบหมายให้ กพร.ดำเนินภารกิจเร่งด่วนในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานขั้นสูง เพื่อรองรับการจ่ายค่าจ้างตามความสามารถในการปฎิบัติงาน ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มอาชีพที่ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ นั้น การ UP-SKILL FOR MORE EARN เพื่อการมีงานทำจะช่วยสร้างโอกาสให้คนไทยได้รับค่าจ้างทึ่สูงขึ้นตามทักษะ และความสามารถในการปฎิบัติงาน โดยตนได้เน้นย้ำถึงนโยบายหลักในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ที่สำคัญคือ ต้องส่งเสริมศักยภาพของกำลังแรงงานและผู้ประกอบกิจการ เพื่อให้กำลังแรงงานมีฝีมือได้มาตรฐานรองรับค่าจ้างตามความสามารถ พร้อมทั้งมีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ อีกทั้ง ยังรวมถึงการควบคุม กำกับ ดูแลการประกอบอาชีพที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะ หรือต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามากำกับดูแล เช่น การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และการออกหนังสือรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น
“ส่วนเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ เป็นเรื่องของไตรภาคีต้องหารือกันอีกครั้งหนึ่งว่า ค่าแรงขั้นต่ำที่จะประกาศในต้นปี 2567 จะเป็นเท่าไร” นายพิพัฒน์ กล่าวและว่า ส่วนความคืบหน้าในการทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ 4 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย (มท.) ซึ่งดูแลทุกจังหวัดทั่วประเทศ, กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นต้นน้ำ , กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นกลางน้ำ และกระทรวงแรงงาน เป็นปลายน้ำ ขณะนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีเเละรัฐมนตรีว่าการ มท. ได้เรียกประชุมหารือเบื้องต้น และจะมีการลงนามในเดือนตุลาคมนี้

ด้าน น.ส.บุปผา กล่าวว่า ในปี 2567 กพร.มีแผนดำเนินการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ทั้งอัพสกิล (Upskills) และ รีสกิล (Reskills) เป้าหมาย 3.9 ล้านคน


