“พิพัฒน์” เผย สปส.ขยายผลเอ็มโอยู 74 รพ.ให้สิทธิผู้ประกันตนรักษา 5 โรคร้ายแรง ฟรี! 

9.10.23 | 12:20 น.

“พิพัฒน์” เผย สปส.ขยายผลเอ็มโอยู 74 รพ.ให้สิทธิผู้ประกันตนรักษา 5 โรคร้ายแรง ฟรี! 

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) โครงการ SSO 515 การให้บริการทางการแพทย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการรักษาของผู้ประกันตน ระหว่างสำนักงานประกันสังคม (สปส.) และ 74 สถานพยาบาล ที่เข้าร่วมโครงการ โดยมี นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการ สปส. ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ผู้บริหาร สปส.รวมทั้งผู้บริหาร 74 สถานพยาบาล เข้าร่วม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแล การเจ็บป่วยของผู้ประกันตนที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัด หรือทำหัตถการในสถานพยาบาลของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม สปส.จึงได้มีการพิจารณาสถานพยาบาลเข้าร่วมเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ประกันตนได้เข้าถึงการรักษามากขึ้นรวมเพิ่มสถานพยาบาลทั้งหมดเป็น 74 แห่งทั่วประเทศ

Advertisement

“ผมเชื่อมั่นว่าการทำบันทึกข้อตกลงโครงการ SSO 515 การให้บริการทางการแพทย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือทำหัตถการนำร่องในกลุ่ม 5 โรค ซึ่งประกอบด้วย โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคนิ่วในไตและถุงน้ำดี การผ่าตัดมะเร็งเต้านม และการผ่าตัดก้อนเนื้อที่มดลูกและหรือรังไข่ จะทำให้ผู้ประกันตนได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้รวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาการรอคอย ลดภาวะแทรกซ้อน ไม่ให้อาการของโรคมีความรุนแรงมากขึ้น อีกทั้ง ช่วยลดระยะเวลาในการพักฟื้น ส่งผลให้ผู้ประกันตนสามารถกลับไปทำงานได้อย่างรวดเร็ว และดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข” นายพิพัฒน์ กล่าวและว่า สปส.จะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์โดยตรงกับสถานพยาบาลที่ทำเอ็มโอยู ผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรับบริการแต่อย่างใด

ด้าน นายบุญสงค์ กล่าวว่า จากรายงานผลการดำเนินงานของ สปส.ที่ได้ร่วมกับสถานพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง วันที่ 30 กันยายน 2566 มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับการทำหัตถการแล้ว จำนวน 8,620 ราย ซึ่งจากการประเมินผลพบว่า ผู้ประกันตนมีความพึงพอใจ ที่ได้รับการรักษาเป็นไปตามเกณฑ์และระยะเวลาที่ สปส.กำหนด โดยไม่มีอัตราการเสียชีวิต

“อย่างไรก็ดี ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่ www.sso.go.th ไปที่ดาวน์โหลดข้อมูลรายชื่อสถานพยาบาลให้บริการทางการแพทย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการรักษาของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม สำหรับระยะเวลาดำเนินโครงการฯ จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จ สปส.จะติดตามและประเมินผล เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดการบริการทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ โดยบูรณาการงานด้านบริการทางการแพทย์อย่างเหมาะสม เท่าเทียม มีคุณภาพ เพื่อผู้ประกันตนได้รับประโยชน์สูงสุดต่อไป” นายบุญสงค์ กล่าว