ปธ.สภา รับฟัง คผยช.พิจารณาออกระเบียบป้องกันแทรกแซงนโยบายควบคุม “ยาสูบ”

11.10.23 | 14:40 น.

ปธ.สภา รับฟัง คผยช.พิจารณาออกระเบียบป้องกันแทรกแซงนโยบายควบคุม ‘ยาสูบ’

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2566 ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย นางฐาณิษา สุขเกษม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คผยช. กองงานควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และนักวิชาการด้านการควบคุมยาสูบ ได้เข้าพบ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพื่อขอให้ออกกฎระเบียบป้องกันการแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบจากบริษัทบุหรี่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจยาสูบ ตามพันธกรณีที่ไทยเป็นภาคีอนุสัญญาควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลก เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน ได้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 ที่มีชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทบุหรี่ 2 คน ร่วมเป็น กมธ.วิสามัญ และในสมัยประชุมสภาชุดก่อน ก็มีการตั้งบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทบุหรี่เป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการที่พิจารณากฎหมายบุหรี่ไฟฟ้า

“ประธานสภาได้รับเรื่องไว้ และสั่งการให้นำเรื่องเข้าในที่ประชุมคณะ กมธ.วิสามัญฯ ชุดดังกล่าว เพื่อพิจารณาว่า การแต่งตั้งบุคคลที่เป็นปัญหาเข้าข่ายขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 หรือไม่ พร้อมกับพิจารณาการออกระเบียบใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกในอนาคต และเป็นการป้องกันการแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบจากธุรกิจยาสูบ ถือเป็นการดำเนินการตามข้อกำหนดของมาตรา 5.3 อนุสัญญาควบคุมยาสูบฯ โดยนักวิชาการด้านการควบคุมยาสูบพร้อมที่จะร่วมมือในการกำหนดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 หมวด 2 จริยธรรมอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการ ข้อ 10 ระบุว่า สมาชิกและกรรมาธิการต้องรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของสภาและไม่กระทำการใดๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของประเทศชาติและสภา” ศ.นพ.ประกิตกล่าว

Advertisement

ศ.นพ.ประกิตกล่าวต่อไปว่า การแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบโดยบริษัทบุหรี่หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จะส่งผลเสียต่อนโยบายควบคุมยาสูบ ที่มีวัตถุประสงค์คุ้มครองสุขภาพของประชาชน ซึ่งการแต่งตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ชุดดังกล่าว สร้างความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของไทยในเวทีนานาชาติ ส่งผลให้รายงานการพิจารณาของคณะ กมธ.วิสามัญฯ อาจขาดความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะในสายตาของนานาประเทศ ทั้งนี้ ไทยได้รับการคัดเลือกจากสำนักเลขาธิการอนุสัญญาควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลก ให้เป็นศูนย์วิชาการ มาตรา 5.3 (FCTC Article 5.3 Knowledge Hub) ที่ว่าด้วยการป้องกันการแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูล แหล่งเรียนรู้ และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับมาตรา 5.3 ให้แก่ภาคีอนุสัญญาควบคุมยาสูบทั้ง 181 ประเทศ โดยศูนย์วิชาการนี้ อยู่ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และมหาวิทยาลัยมหิดล การที่สภาไทย มีการออกกฎระเบียบตามมาตรา 5.3 เป็นการแสดงออกถึงการสนับสนุนการดำเนินการของศูนย์วิชาการ มาตรา 5.3 ของมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งนี้