15 ผู้ลี้ภัยอิสราเอลตรวจร่างกายสถาบันบำราศฯ ส่งต่อ 2 คน รักษา รพ.ราชวิถี

12.10.23 | 15:42 น.

15 ผู้ลี้ภัยอิสราเอลตรวจร่างกายสถาบันบำราศฯ ส่งต่อ 2 คน รักษา รพ.ราชวิถี

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่อาคารกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค (Quarantine Center) สถาบันบำราศนราดูร นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เช่น กรมสุขภาพจิต กรมควบคุมโรค กรมการจัดหางาน สำนักงานประกันสังคม ร่วมต้อนรับคณะแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล ล็อตแรกรวม 15 คน เพื่อตรวจคัดกรองสุขภาพกายและสุขภาพใจ ก่อนที่ญาติจะรับกลับภูมิลำเนา

เวลา 13.40 น. รถหน่วยกู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี ได้นำผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล จากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังอาคารคัดกรอง โดยผู้ป่วยต้องใช้รถวีลแชร์ 2 ราย ไปถึงเป็นคันแรก โดยรายแรก คือ นายกรัชกร พุทธสอน ชาว จ.พะเยา แผลถูกยิงบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า และอีกราย นายสมมา แซ่จ๊ะ ชาว จ.ตาก ถูกยิงบาดเจ็บที่ขา ซึ่งได้รับการคัดกรองสุขภาพกายและใจเบื้องต้น ก่อนส่งต่อไปเปิดแผลที่สถาบันบำราศฯ ต่อไป

จากนั้นเวลา 14.14 น. รถบัสได้พาผู้เดินทาง 13 คน ไปถึงอาคารฯ โดยมี นพ.ชลน่าน พร้อมด้วย นพ.โอภาส และ นายไพโรจน์ รอต้อนรับ

Advertisement

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า วันนี้มีผู้เดินทางกลับมา 15 คน มี 2 คน ที่มีการตรวจคัดกรองเบื้องต้นอาจจะต้องส่งไปรักษาต่อที่ รพ.ราชวิถี เนื่องจากภาวะบาดเจ็บจากการถูกยิงที่บริเวณขาและเข่า ส่วนอีก 2 คนที่บาดเจ็บ แต่ไม่ถึงขั้นต้องส่งตัวรักษาในโรงพยาบาล แต่ก็จะส่งต่อไปตามระบบ สำหรับการประเมินภาวะจิตใจความเครียดต่างๆ ซึ่งจะมีการคัดแยกและดูแล ทั้งนี้ ที่อาคารฯ มีที่พักให้ หากประสงค์จะพักที่นี่ก็จะจัดที่พักให้พร้อมๆ กับญาติ แม้ว่าไม่มีอาการอะไรก็ตาม แต่สำหรับคนที่มีอาการก็จะนำเข้าสู่กระบวนการปรึกษาให้การเยียวยาต่อไป

“ส่วนบางคนที่พร้อมกลับภูมิลำเนา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็จะเป็นผู้ดูแลในการนำส่งบ้าน สำหรับชุดที่กลับมาหลังจากนี้อาจจะ ไม่ได้ดูแล เหมือนรอบนี้ เนื่องจากรอบนี้มีคนบาดเจ็บจึงต้องมีการนำมาตรวจก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้เดินทางกลับมาในรอบถัดไป จะมีการตรวจคัดกรองที่สนามบินเลย หากใครที่สามารถปรับภูมิลำเนาได้ก็กลับได้ ยกเว้นคนที่จำเป็นจะต้องเข้าสู่ระบบการรักษา ก็จะมีระบบส่งต่อ ทั้งนี้ เท่าที่ สธ. ทราบข้อมูล ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บที่จะถูกส่งมาในเร็วๆ นี้เพิ่มเติม” นพ.ชลน่าน กล่าว

ด้าน นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า แรงงานที่ได้รับเงินสงเคราะห์ 15,000 บาท ในวันนี้ จะได้เฉพาะผู้ที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนทำงานต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน โดยทั้ง 15 คน เป็นสมาชิกของกองทุนทั้งหมด ส่วนเงินเยียวยาอื่นๆ ก็อาจจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล หรือกระทรวงอื่นๆ ต่อไป พร้อมกันนี้ หากแรงงานไม่ประสงค์เดินทางไปทำงานต่างประเทศแล้ว ก็ได้มอบหมายให้สำนักงานจัดหางานจังหวัด เข้าไปช่วยเหลือเรื่องการทำงานภายในประเทศด้วย ปัจจุบัน มีแรงงานไทยในอิสราเอลแจ้งประสงค์จะเดินทางกลับไทยแล้วกว่า 5,000 คน ซึ่งจะมีการประสานทูตแรงงานอิสราเอลเพื่อดูแลต่อไป ทั้งนี้ บางรายบอกว่าจะไม่กลับไปทำงานที่อิสราเอลแล้ว หรือถ้าจะไปทำงานต่างประเทศก็จะขอไปประเทศอื่นแทน

“โดย สปส.ได้แจกถุงยังชีพเป็นหมอนผ้าห่มพร้อมด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยาสีฟัน ยาสระผม ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น” นายไพโรจน์ กล่าวและว่า สำหรับสิทธิกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนทำงานต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน จ่ายเงินสงเคราะห์ 1.กรณีเดินทางกลับประเทศเนื่องจากภาวะสงคราม พิการ จ่ายเงินสงเคราะห์ 15,000 บาท 2.กรณีทุพพลภาพ จ่ายเงินสงเคราะห์ 30,000 บาท 3.กรณีเสียชีวิต จ่ายเงินสงเคราะห์ 40,000 บาท และ ค่าใช้จ่ายการจัดงานศพในต่างประเทศ ตามค่าใช้จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาทส่วนสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายของอิสราเอล ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ตามประกันการทำงานรวมกับนายจ้างจ่าย กรณีบาดเจ็บหรือพิการ แบ่งเป็น 1.บาดเจ็บ ร้อยละ 0-10 ไม่ได้รับค่าตอบแทน 2.บาดเจ็บ ร้อยละ 10-19 ได้รับเงินก้อนเดียว ประมาณ 1,440,000 บาท 3.บาดเจ็บเกิน ร้อยละ 20 ได้รับเงินเดือนทุกเดือน จนกว่าจะเสียชีวิต โดยประเมินจากความสูญเสีย และ 4.กรณีเสียชีวิต ภรรยาและบุตร ได้รับเงินเดือนทุกเดือน จนกว่าภรรยาจะแต่งงานใหม่ และบุตรอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ในจำนวนนี้จะแบ่งเป็นให้ภรรยา 34,560 บาทต่อเดือน และบุตร 5,760-11,520 บาทต่อเดือน