อย.ยันเรียกคืน ‘นมผงเด็ก’ ล็อตมีปัญหาออกจากท้องตลาดตั้งแต่ ส.ค.แล้ว
วันนี้ (18 ตุลาคม) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ระหว่างตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในประเด็นที่ อย.ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์นมผงเด็กยี่ห้อดัง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ล่าช้า เนื่องจากสินค้าล็อตดังกล่าวหมดอายุตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2566 ว่าสำหรับกระบวนการขั้นตอนในการส่งตรวจผลิตภัณฑ์ต่างๆ ระยะเวลาการตรวจจะขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์

“ขั้นตอนคือ หากมีการส่งตรวจมา หน่วยงานแรกที่รับผลิตภัณฑ์มาตรวจคือ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หลังจากตรวจแล้ว ก็จะรายงานผลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมผลิตภัณฑ์นั้น อย่างกรณีนมผงก็จะเป็น อย.ที่มีหน้าที่สื่อสารผลการตรวจสอบไปยังผู้ส่งตรวจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปจนการประกาศต่อสาธารณะ เช่น การพบว่าผลิตภัณฑ์ปนเปื้อน หรือผลิตภัณฑ์หมดอายุ ซึ่ง อย.สามารถใช้อำนาจหน้าที่ในการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหาได้” นพ.ชลน่านกล่าว
รัฐมนตรีว่าการ สธ.กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาตรวจสอบรายละเอียด อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าการทำหน้าที่ของส่วนราชการ วิธีการเช่นนี้ยากต่อการเอื้อประโยชน์ผู้ผลิต เพราะมีผลเสียต่อความน่าเชื่อถือตัวผลิตภัณฑ์

ด้าน นพ.ณรงค์ อภิกุลวนิช รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงการแจ้งเตือนประชาชนว่า อย.ต้องเร่งออกเตือนให้เร็วที่สุดหลังจากที่ได้รับการตรวจสอบผลนั้น
“สำหรับกรณีดังกล่าวมีการรายงานผลิตภัณฑ์ที่ส่งตรวจมา 22 รายการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ อย.ก็ได้รวบรวมข้อมูล จุดนี้อาจเกิดความล่าช้า อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ อย.จะแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดการแจ้งเตือนที่เร็วขึ้น ทั้งนี้ กรณีนมผงชนิดดังกล่าว อย.ได้แจ้งรายงานไปยังผู้ผลิตตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 ซึ่งตามแนวทางปฏิบัติ หากมีการแจ้งรายงานไปยังผู้ผลิต ก็จะต้องมีการเรียกคืนสินค้าล็อตดังกล่าว ขณะนี้ไม่มีสินค้าล็อตดังกล่าวในตลาดแล้ว ส่วนปัญหาที่พบในสินค้าล็อตนี้คือ สัดส่วนไขมันไม่ตรงตามมาตรฐาน ซึ่งหากประชาชนรับประทานเข้าไป ก็อาจมีอาการทางกายออกมาให้เห็น แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับผลกระทบจากสินค้าดังกล่าว และ อย.ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อไป” นพ.ณรงค์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ผลิตอย่างไร นพ.ณรงค์กล่าวว่า จะต้องมีกระบวนการตรวจสอบในรายละเอียดว่าเป็นช่องว่างในการผลิตหรือความจงใจ
เมื่อถามถึงมีการตั้งคำถามว่า การแจ้งเตือนประชาชนที่ล่าช้า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ผลิตหรือไม่ นพ.ณรงค์กล่าวว่า ขอไปดูรายละเอียดก่อน ยังไม่ปักใจว่าเป็นการเอื้อประโยชน์หรือไม่ อย่างไร

