ยอดขอกลับจากอิสราเอลคงที่ 8.5 พันคน “พิพัฒน์” จ่อชง ครม.ลดดบ.เงินกู้รายละ 1.5 แสน 3 ปี
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน วุฒิสภา นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมประชุมรับฟังการบรรยายสรุป และหารือประเด็นการช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศอิสราเอล ใช้เวลาหารือนานกว่า 2 ชั่วโมง

นายพิพัฒน์ เปิดเผยถึงการช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศอิสราเอล ว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยไปทำงานในอิสราเอลประมาณ 2 หมื่นคน ขณะนี้ลงทะเบียนกลับประเทสไทย 8.5 พันคนเศษ ส่วนที่กลับมาถึงประเทศไทยแล้ว 5.5 พันคนเศษ ยังไม่มีแรงงานแจ้งความประสงค์ขอกลับเพิ่มเติม คาดว่าภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ จะนำแรงงานไทยที่ลงทะเบียนไว้กลับมาได้ครบ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเที่ยวบินแล้ว เพราะอัตราการเดินทางอย่างน้อยวันละ 500 คน มากที่สุด 800 คน ฉะนั้นที่เหลืออีก 3 พันกว่าคน มั่นใจว่านำแรงงานกลับมาได้หมด

“จำนวน 8.5 พันกว่าคน ที่ลงทะเบียนไว้เป็นตัวเลขของ 3-4 วันก่อน ขณะนี้ นี้ยังไม่มีคนลงทะเบียนเพิ่มเติม ทางนายกรัฐมนตรีจึงกำชับกระทรวงแรงงานมาว่า ให้ช่วยประชาสัมพันธ์และหาแนวทางให้แรงงานไทยกลับจากอิสราเอลให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะภาคใต้ของอิสราเอลเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งลุกลามบานปลายไปทางภาคเหนือด้วย ส่วนที่ยังมีความปลอดภัยอยู่คือ ภาคกลาง ซึ่งกระทรวงแรงงานสามารถชดเชยให้กับแรงงานที่กลับมาได้ 15,000 บาท ส่วนเรื่องการเยียวยาเพิ่มเติม ต้องอาศัยงบกลางจากนายกรัฐมนตรี” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือแรงงานในด้านหนี้สิน ว่า จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ลดต้นลดดอกในวงเงินกู้ไม่เกินรายละ 150,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งจะต้องหารือกับกระทรวงการคลังด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำอย่างไรให้แรงงานไทยกลับประเทศไทยมากขึ้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า วันนี้กระทรวงแรงงานเร่งประชาสัมพันธ์ไปถึงแรงงานไทยในอิสราเอลว่า รัฐบาลจะมีแนวทางช่วยเหลือเรื่องภาระหนี้สิน แต่จะต้องรอความชัดเจนจาก ครม.ก่อน จึงยังไม่สามารถประกาศใดๆ ได้ในขณะนี้
“เช่น การของบกลางมาเยียวยาเท่าไร ก็ต้องอยู่ในการพิจารณาของนายกฯ เพราะตอนนี้กระทรวงแรงงานให้ 15,000 บาท ทางรัฐบาลจะให้เพิ่มเท่าไร ก็ต้องรอคำตอบอีกครั้ง” นายพิพัฒน์ กล่าว

เมื่อถามถึงประเด็นที่นายจ้างอิสราเอลบอกว่า จะให้เงินแรงงานไทยเพิ่ม แต่ขอให้อยู่ทำงานต่อ ทำให้แรงงานปฏิเสธการเดินทางกลับไทยนั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอชี้แจงเรื่องการจ่ายเงินเดือนของนายจ้างอิสราเอล จะจ่ายให้ภายในวันที่ 9 ของเดือนถัดไป เป็นกฎเกณฑ์ปกติ ไม่ใช่ว่าเกิดสงครามแล้วยื้อเวลาออกไป แต่กระทรวงแรงงานได้ขอความร่วมมือนายจ้างว่า ให้จ่ายค่าแรงตามจำนวนวันที่แรงงานทำงาน เพื่อให้แรงงานได้กลับประเทศไทยก่อน
“ส่วนแรงงานที่เปลี่ยนใจ เพราะอาจจะมีการเพิ่มอัตราค่าจ้างนั้น ผมขอเรียนตรงๆ ว่า เราเห็นใจผู้ประกอบการที่อยู่ในช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิตในพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ เช่น ภาคกลาง ภาคเหนือบางส่วน ถ้าแรงงานกลับมาก็จะเกิดผลเสียกับนายจ้าง แต่เราก็คำนึงถึงความปลอดภัย อยากให้แรงงานกลับบ้านมากกว่า กลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัว ส่วนผู้ที่ไม่อยากกลับ เพราะเห็นว่าเหตุการณ์ยังปกติ เราก็ไม่ทราบจะต้องทำอย่างไร จึงมีอย่างเดียวคือ ขอความกรุณาจากรัฐบาลว่า จะมีอะไรจูงใจให้แรงงานกลับมาได้หรือไม่ เพราะคนที่ไปทำงานต่างประเทศ ส่วนหนึ่งกู้หนี้ยืมสินมา และยังไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ ก็เกิดความกังวล” นายพิพัฒน์ กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงแรงงานได้ประสานหางานให้แรงงานไทยไปทำงานในเกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ซึ่งจะนำแรงงานที่มีทักษะการเกษตรสูงไปทำงานในประเทศออสเตรเลีย โดยเดือนพฤศจิกายนนี้ ตนจะเดินทางไปทำข้อตกลงในเรื่องนี้

