เครือข่ายนักวิชาการ ผู้ปกครอง จี้ ประธาน กมธ.วิสามัญ “บุหรี่ไฟฟ้า” คงกม.ห้ามนำเข้า-ขาย

เครือข่ายนักวิชาการ ผู้ปกครอง จี้ ประธาน กมธ.วิสามัญ “บุหรี่ไฟฟ้า” คงกม.ห้ามนำเข้า-ขาย

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม เครือข่ายนักวิชาการ เครือข่ายผู้ปกครอง เครือข่ายครู เด็กและเยาวชน จำนวน 40 คน นำโดย ผศ.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์จัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เข้าพบและยื่นหนังสือถึงประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย เรียกร้องให้คงกฎหมายห้ามนำเข้าห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า และบังคับใช้กฎหมายอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นมาตรการที่ดีที่สุดในการปกป้องเด็กและเยาวชนไทยจากพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งนี้ จากข้อมูลที่รับทราบกันในระดับสากลว่า เกิดการระบาดหนักของการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนทั่วโลก และ ในประเทศไทยผู้ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายมุ่งเป้าขายบุหรี่ไฟฟ้าไปที่เยาวชนไปถึงเด็กประถม ด้วยการทำรูปลักษณ์ของบุหรี่ไฟฟ้าเป็นตุ๊กตา (Toy Pod) และมีผู้ลักลอบขายผิดกฎหมายกว่า 390 รายบนเครือข่ายออนไลน์

ผศ.นพ.วิชช์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีวาระการพิจารณาญัตติ เรื่อง การแต่งตั้งคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยที่ประชุมได้มีมติสนับสนุนให้มีการตั้ง และเห็นชอบรายชื่อคณะ กมธ.วิสามัญฯ ตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เสนอ แต่พบปัญหาที่เกิดขึ้นคือ มีรายชื่อบุคคล 2 ราย ที่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจยาสูบร่วมเป็น กมธ.วิสามัญฯ ชุดนี้ ซึ่งเป็นการขัดต่อพันธกรณีที่ประเทศไทยมี ภายใต้มาตรา 5.3 อนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลกว่าด้วยการป้องกันการแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบจากธุรกิจยาสูบหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อันจะทำให้กมธ.วิสามัญฯ ชุดนี้ ขาดความน่าเชื่อถือ สร้างความเคลือบแคลงสงสัยจากสังคมว่า มีการแทรกแซงจากธุรกิจยาสูบเพื่อเปิดให้มีการขายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมาย และจะทำให้การระบาดของการเสพติดนิโคตินจากบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในประเทศไทย จึงขอเข้าพบและยื่นหนังสือถึงประธาน กมธ.วิสามัญฯ บุหรี่ไฟฟ้า ให้ทบทวนในประเด็นดังกล่าว

Advertisement

น.ส.อิงฟ้า ประยูรสุข ตัวแทนสภาผู้ปกครองและครูแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าของลูกหลานไทยกำลังอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วงอย่างมาก เนื่องจากพบเด็กอายุน้อยลงเรื่อยๆ ที่เข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ ซึ่งล่าสุดพบ เด็กวัยเพียง 9 ขวบ ทดลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า จึงขอเรียกร้องให้ คณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยคงกฎหมายห้ามนำเข้าห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า และเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นมาตรการที่ดีที่สุดในการปกป้องเด็กและเยาวชนไทยจากพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image