สสส.ลุยปั้น “น่านโมเดล” ตั้งเป้าลดอัตราน้ำเมา เร่งปลูกจิตสำนึกเด็กเล็ก

สสส.ลุยปั้น “น่านโมเดล” ตั้งเป้าลดอัตราน้ำเมา เร่งปลูกจิตสำนึกเด็กเล็ก

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน “น่านสร้างสุข Model” ปลูกพลังบวกเด็กปฐมวัยภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง ที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านส้าน อ.เวียงสา จ.น่าน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2564 พบว่า สถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีความรุนแรง โดยพบคนดื่มสูงสุดเกินกว่าร้อยละ 28 ของประชากรในพื้นที่ และอยู่ใน 10 อันดับสูงสุดของประเทศ ได้แก่ น่าน แพร่ เชียงราย พะเยา ด้วยปัจจัยบริบทสังคมวิถีชีวิต ภูมิเศรษฐศาสตร์ สสส.จึงร่วมกับ สคล. ขับเคลื่อน “น่านสร้างสุข model” ปฏิบัติการงดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยง 360 องศา เริ่มตั้งแต่ปฐมวัย เยาวชน และประชาชน ปลูกพลังบวกเด็กปฐมวัย 3-5 ปี เพราะเป็นช่วงโอกาสทองของการพัฒนาด้านสมองและการเรียนรู้ เป็นวัยที่กระตือรือร้นมีความสามารถในการเรียนรู้ทุกสิ่ง เน้นพัฒนาทักษะชีวิตแก่เด็กปฐมวัย ปลูกฝังให้ความรู้อันตรายโทษของบุหรี่ แอลกอฮอล์ พัฒนาทักษะการสอนของครู ผู้ดูแลเด็กให้มีนวัตกรรมสื่อการสอนที่เหมาะสมกับเด็กเล็กใน 4 จังหวัด คือ น่าน ศรีสะเกษ ราชบุรี และชุมพร

Advertisement

นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า ปัจจุบันมีสถานศึกษาเข้าร่วม 2,800 แห่ง ทุกสังกัดการศึกษา จากการสังเกตหลังเข้าโครงการ พบว่าเด็กปฐมวัยอายุต่ำกว่า 3 ปี ผ่านเกณฑ์ประเมินมีทักษะชีวิตร้อยละ 95.77 เด็กชั้นอนุบาล 1-2 อายุ 3-5 ปี ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 94.68 อนุบาล 3 อายุ 5-6 ปี ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 95.06 สสส. จึงเตรียมขยายการดำเนินการทั่วประเทศ

“ในฐานะแพทย์พบว่า ความรู้ไม่ใช่ตัวกำหนดพฤติกรรม สิ่งที่กำหนดคือ จิตใต้สำนึกเป็นตัวบัญชาการการใช้ชีวิตได้มากกว่า ร้อยละ 90 ซึ่งมีงานวิจัยจิตวิทยาพบว่า ส่วนใหญ่การปลูกฝังจิตสำนึกอยู่ที่ก่อนอายุ 7 ปี ดังนั้น พ่อแม่ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ ก็คงไม่อยากให้ลูกหลานเข้าสู่วงจรนี้ จึงต้องมีการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก เสมือนการรับวัคซีนเข็มแรก โดยวิธีการคือ ปลูกฝังให้ความรู้ผ่านนิทาน เรื่องเล่า การเล่มเกม จะซึมซับการปลูกฝังเด็กโดยไม่รู้สึกถูกบังคับ มีความสุข สนุกสนานไปด้วย ดังนั้น จะต้องฉีดวัคซีนเข็มแรกในทุกๆ ด้าน เป็นภูมิคุ้มกันเชิงบวก สร้าง Growth Mindset หรือความคิดเชิงเติบโต จึงฝากนายก อบต. เริ่มจาก ต.บ้านส้าน และขยายใน อ.เวียงสา ให้เด็กรับวัคซีนเข็มแรก เพื่อมีสุขภาวะที่ดีตลอดชีวิต” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

ด้าน นายศรีสุวรรณ ควรขจร คณะกรรมการกองทุน สสส. และประธานคณะกรรมการบริหาร คณะที่ 1 กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพมีหลายตัวที่ สสส. พยายามขับเคลื่อนการควบคุมแก้ไข ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ โดยเฉพาะ บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงพนันออนไลน์ ส่วนเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สสส.ให้ความสนใจว่า จะทำอย่างไร ให้คนทุกวัยรู้เท่าทัน มีความรอบรู้สุขภาวะ รู้พิษของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยทำให้สภาพแวดล้อมให้คนเข้าถึงยาก

“อย่างทำไมห้ามขายตอนบ่าย ก็เพราะเด็กเลิกเรียนเดินทางกลับบ้าน หากแวะร้านสะดวกซื้อก็จะไม่มีหลักประกันอะไรที่มาควบคุมได้ ส่วนการเสนอให้เปิดผับถึงตี 4 ก็จะทำให้กระทบกับคนไปทำงานตอนเช้า เด็กปฐมวัยจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สลับซับซ้อน โดยจะอยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล บ้าน และบ้านใกล้เรือนเคียง หากมีสภาพแวดล้อมที่ดี จะเกิดระบบนิเวศน์สภาพแวดล้อมที่เกื้อกูล ต้องพยายามปลูกฝังให้เด็กเข้าใจตามวัย เพราะเขาเห็นอะไรก็ตามจะจำ เป็นภาพจำตั้งแต่เยาว์วัยว่าการดื่มเป็นเรื่องธรรมดา ต้องเปลี่ยนภาพจำให้ได้ โดยสิ่งที่ สสส.จะทำในอนาคตคือ เมื่อเลยช่วงปฐมวัยไปแล้ว คนกลุ่มนี้มีภูมิคุ้มกันมากน้อยแค่ไหน จะต้องไปเพิ่มให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงเพียงพอ” นายศรีสุวรรณ กล่าว

นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเวียงสา จ.น่าน กล่าวว่า ที่ผ่านมา ในพื้นที่จะเน้นกิจกรรมสำหรับสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด ในการลดละเลิก ตลอดจนมีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกันในจังหวัด กำหนดว่ากิจกรรมเชิงประเพณีจะต้องปลอดเหล้าและอบายมุข รวมถึงมีมิติการสร้างสภาวะเชิงบวกได้ และร่วมกับ อปท.ที่กำกับดูแลศูนย์เด็กเล็ก จะต้องสอนให้เด็กมีพลังบวก คิดบวก ซึ่งขณะนี้มี 16 แห่ง ที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ ขณะเดียวกัน ยังได้รับนโยบายจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในการขับเคลื่อนหมู่บ้านศีลธรรม เพื่อเป็นการสร้างรากฐานที่ยั่งยืน ขณะนี้มีการเอ็มโอยูแล้ว จะหารือเพื่อขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมต่อไป

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image