เปิดไทม์ไลน์กฎกระทรวง ‘ยาบ้า 10 เม็ด’ เป็นผู้เสพ ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้
จากกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า เตรียมจะออกกฎกระทรวง เรื่อง การกำหนดจำนวนการถือครองยาเสพติด ประเภทที่ 1 แอมเฟตามีน หรือยาบ้า กรณีตรวจพบการถือครองน้อยกว่า 10 เม็ด ให้สันนิษฐานเป็นผู้เสพ ซึ่งมีนิยามว่า ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย จำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดการติดยาเสพติด ซึ่งหากการสืบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า เป็นการถือครองเพื่อเสพเท่านั้น ก็ไม่ต้องเข้ารับโทษจำคุก ขณะเดียวกัน หากถือครองมากกว่า 10 เม็ดขึ้นไป ให้สันนิษฐานว่า เป็นผู้ค้ายาเสพติด ที่มีโทษจำคุก และหากมีพฤติกรรมเสพด้วย ก็จะต้องเข้ารับการบำบัดการติดยาเสพติดคู่ขนานกันไป กรณีที่ถือครองยาบ้าน้อยกว่า 10 เม็ด แต่มีหลักฐานชี้ชัดว่า มีพฤติการณ์เข้าข่ายการค้าด้วย ก็จะต้องรับโทษจำคุกควบคู่กับการบำบัดยาเสพติดด้วย โดยคาดว่ากฎกระทรวงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนธันวาคมนี้นั้น อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565 กำหนดจำนวนการถือครองยาเสพติดไว้ที่ 15 เม็ดขึ้นไป ให้ถือเป็นผู้ค้า และน้อยกว่า 15 เม็ดให้ถือเป็นผู้เสพนั้น
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการดำเนินการประกาศกฎกระทรวงใดๆ ก็ตาม จะต้องมีขั้นตอนที่สำคัญตามลำดับ คือ
ขั้นตอนที่ 1 เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎกระทรวงนั้นๆ เข้ามาหารือร่วมกัน เพื่อดูว่าขัดต่อกฎหมาย หรือมีสิ่งใดในร่างกฎกระทรวงที่จำเป็นต้องปรับแก้หรือไม่ อย่างกรณีกฎกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการกำหนดจำนวนการถือครองยาเสพติดครั้งนี้ ได้มีการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 2 หากร่างกฎกระทรวงสมบูรณ์แล้วนั้น จะต้องส่งยังไป ครม.เพื่อพิจารณาเนื้อหาในประกาศ ซึ่งหากมีความเห็นให้ปรับแก้ ก็จะส่งกลับไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนจะส่งกลับให้ ครม.ตรวจสอบอีกครั้ง
ขั้นตอนที่ 3 หากร่างกฎกระทรวงผ่านการเห็นชอบจาก ครม.แล้ว จะมีการเสนอไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ความเห็นว่าจะต้องปรับแก้เนื้อหาหรือไม่
และ ขั้นตอนที่ 4 หากผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว จะมีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เพื่อเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป

