ก.แรงงาน หนุน ‘แรงงานไทยหนีภัยอิสราเอล’ เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง การส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตรจากแรงงานอิสราเอลสู่การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า

การลงนามเอ็มโอยูนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมมือช่วยเหลือแรงงานไทยภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ รวมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาแรงงานภาคการเกษตรให้มีความพร้อม เพื่อเข้าสู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตร หรือมีทักษะในการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร โดยความร่วมมือครั้งนี้มีระยะเวลา 2 ปี และมีเป้าหมายในการพัฒนาแรงงานภาคเกษตร 7,500 คน

“การร่วมมือในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในการดำเนินการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้ที่มีทักษะด้านการเกษตร ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ โดยความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังจากหลายหน่วยงาน หลายฝ่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวม 5 ฝ่าย ซึ่งในส่วนของกระทรวงแรงงานนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการมีงานทำแก่ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคงในชีวิต ตลอดจนการส่งเสริมทักษะแรงงาน เพิ่มขีดความสามารถ และขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจไทย ซึ่งรวมถึงแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศและได้รับทักษะต่างๆ กลับมาด้วย” นายไพโรจน์กล่าว และว่า กระทรวงแรงงานจะร่วมพัฒนาแรงงานภาคการเกษตรกลุ่มนี้ให้พร้อมเข้าสู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตร หรือมีทักษะในการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร ซึ่งนับเป็นการร่วมยกระดับภาคการเกษตรของไทยด้วยความรู้ ประสบการณ์ และทักษะความชำนาญของแรงงานไทยที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่จากอิสราเอล ดังนั้น แรงงานไทยที่ไปทำงานภาคการเกษตรที่อิสราเอล หลายคนนอกจากจะสามารถเก็บเงินกลับมาบ้านได้แล้ว ยังนำประสบการณ์มาปรับใช้ และประกอบอาชีพที่ประเทศไทยได้อีกด้วย

