สบส.ร่วมดันนโยบายรัฐบาล ‘เศรษฐกิจสุขภาพ’ มุ่งศูนย์กลางโลก
วันนี้ (9 พฤศจิกายน 2566) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการ สธ. พร้อมด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. และคณะผู้บริหาร ตรวจเยี่ยมการดำเนินภารกิจของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) พร้อมมอบนโยบายให้กับผู้บริหารและบุคลากร โดยมี นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า สธ.มีนโยบายยกระดับ 30 บาท หนึ่งในนั้นคือ เรื่องของเศรษฐกิจสุขภาพและนักท่องเที่ยวปลอดภัย โดยใช้สุขภาพสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ (Health for Wealth) โดยจะขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ การจัดทำ Blue Zone เขตสุขภาพละ 1 แห่ง การอนุญาตผลิตภัณฑ์ชุมชน 100 รายการ รับรอง Wellness Center 500 แห่ง การสร้างงานสร้างอาชีพ เช่น นวดไทย Caregiver และ Care Assistant พัฒนาพื้นที่ Safety Tourist และ Sky Doctor เขตสุขภาพละ 1 แห่ง เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) จากจุดแข็งที่มี คือ 1.แหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักระดับโลก 2.สถานพยาบาลมีความพร้อมที่และมีชื่อเสียงได้มาตรฐานระดับโลก 3.แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ 4.อัตราค่าบริการในการรักษาพยาบาลมีความเหมาะสม 5.ผู้ให้บริการมีจิตบริการและการต้อนรับในเกณฑ์ที่สูง 6.มีการให้บริการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบถ้วน และ 7.มีความโดดเด่นด้านการแพทย์ทางเลือก เช่น การแพทย์แผนไทย

นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า สบส. เป็นหน่วยงานของ สธ.ที่มีภารกิจและมีความพร้อมที่จะร่วมขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพโลก โดยจะยกระดับสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยการรับรอง Wellness Center รวม 300 แห่ง แบ่งเป็น Wellness Nuad Thai (นวดไทย
พรีเมียม) 200 แห่ง Wellness Spa (Thai World Class Spa) 100 แห่ง ออกตราสัญลักษณ์ TiWA รางวัลระดับชาติในการรับรองคุณภาพสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงเตรียมจัดมหกรรม Global Wellness Expo 2024 ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถานประกอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศ นอกจากนี้ ยังผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและบริการการแพทย์ครบวงจร ทั้งอุตสาหกรรมวัสดุและเทคโนโลยีวัสดุ, เครื่องมือแพทย์, ยาชีวเภสัชภัณฑ์, ความงามและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, อาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพร เป็นต้น และมีแผนที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านการแพทย์และการจัดประชุมวิชาการทางการแพทย์ด้วย ซึ่งจะช่วยดึงดูดบุคลากรทางการแพทย์จากต่างประเทศเข้ามาได้อีกทางหนึ่ง

นพ.สุระ กล่าวว่า สบส.ยังมีการดำเนินงานที่จะช่วยเสริมศักยภาพเรื่องเศรษฐกิจสุขภาพ อาทิ การจัดตั้งศูนย์เครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลและห้องทดสอบเครื่องมือแพทย์ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ได้มาตรฐาน ตั้งแต่การจัดหา ติดตั้งใช้งาน ตรวจสอบ บำรุงรักษา ยกเลิก และหมุนเวียนใช้เครื่องมือแพทย์ให้เพียงพอและคุ้มค่า, การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค โดยในปีงบประมาณ 2566 ได้จัดการข้อร้องเรียน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินคดีกับสถานประกอบการที่ทำความผิด คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค รวมกว่า 11,000 เรื่อง, การพัฒนาองค์ความรู้ อสม.เชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น การใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อทำงานในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

