สธ.เผยแผ่นดินไหวเมียนมา กระทบ 14 รพ.ใน 3 จว. ปิดบริการบางส่วน 2 แห่ง

17.11.23 | 15:24 น.

สธ.เผยแผ่นดินไหวเมียนมา กระทบ 14 รพ.ใน 3 จว. ปิดบริการบางส่วน 2 แห่ง


เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีเกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงขนาด 6.4 ในพื้นที่ จ.เชียงตุง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (17 พฤศจิกายน 2566) ว่า การเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้ สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ถึงหลายพื้นที่ในประเทศไทย เบื้องต้นได้รับรายงานผลกระทบใน 3 จังหวัด ได้แก่ 1.เชียงราย มีหน่วยบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ จำนวน 11 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาล (รพ.) เชียงรายประชานุเคราะห์ รพ.แม่ลาว รพ.สมเด็จพระญาณสังวร รพ.แม่จัน รพ.พาน รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ รพ.เชียงแสน รพ.พญาเม็งราย รพ.ดอยหลวง รพ.แม่ฟ้าหลวง และ รพ.แม่สาย ส่วนใหญ่พบปัญหามีรอยร้าว รอยแยกหลายจุดทั้งภายในและภายนอกอาคาร แต่ไม่ได้มีผลกระทบโครงสร้างหลัก โดย รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ปิดบริการบางส่วนที่ตึกกุมารเวช โดยย้ายผู้ป่วยไปที่ตึกสงฆ์แทน ได้กำชับให้สำรวจโครงสร้างหลักตึกสูงอย่างละเอียดโดยให้สาธารณสุขนิเทศก์ และเจ้าหน้าที่กองวิศวกรรมการแพทย์ สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติม

นพ.ชลน่านกล่าวว่า 2.จ.เชียงใหม่ มีรายงานความเสียหาย 2 แห่ง ที่ รพ.สันทราย อาคารมีรอยร้าวเพิ่มหลายจุด และรอยร้าวเดิมเพิ่มความยาวขึ้น และ รพ.เชียงดาว พบรอยร้าว 1 แห่ง ที่ห้องยา สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ จะเข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหายเช่นกัน โดยทั้ง 2 แห่ง เปิดบริการตามปกติ และ 3.จ.สกลนคร ตึกอุบัติเหตุฉุกเฉิน 9 ชั้น เกิดการสั่นไหวและมีรอยร้าว ได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากตึก และประกาศปิดบริการอาคารดังกล่าวทั้งหมด งดให้บริการผู้ป่วยนอก กรณีผู้ป่วยฉุกเฉินให้ส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงหรือรับบริการที่ ตึกรังสีรักษา ก่อนชั่วคราว

Advertisement

“เบื้องต้น ทีมโยธาธิการของจังหวัดได้ตรวจสอบโครงสร้าง ประเมินว่าน่าจะไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ทีมช่างจากส่วนกลางจะเข้าตรวจสอบอีกครั้งช่วงสุดสัปดาห์นี้ สำหรับจังหวัดอื่นๆ ที่ได้รับแรงสั่นไหว แต่ไม่ได้รับผลกระทบมี 6 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน พิจิตร ชัยนาท กำแพงเพชร และ อุทัยธานี” นพ.ชลน่านกล่าว

ด้าน พญ.อัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลรายงานการเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวของกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ที่ส่งผลให้เกิดความสั่นสะเทือนในหลายจังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร และ กรุงเทพมหานคร จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้รับผลกระทบ เช่น ประชาชนมีอาการวิงเวียนศีรษะ อาคารสูง สถานที่ต่างๆ บ้านเรือนของประชาชน รวมถึงสถานบริการสาธารณสุขหลายแห่ง ได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนด้วย

“กรมอนามัยได้มอบหมายให้ทีมปฏิบัติการทีม SEhRT ของศูนย์อนามัย ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ประเมินผลกระทบทางสุขภาพและความเสียหายด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุขที่เสียหายและชุมชน ได้แก่ ความปลอดภัยอาคาร ระบบออกซิเจน ระบบไฟฟ้าและไฟฟ้าสำรอง ระบบสาธารณูปโภค ระบบบำบัดน้ำเสีย และเร่งเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาล เช่น การปนเปื้อนสารเคมีในน้ำจากระบบบำบัดน้ำเสียโรงพยาบาลที่เสียหาย การปนเปื้อนของฝุ่นละอองที่เกิดจากอาคารพังทลายเสียหาย เป็นต้น” พญ.อัจฉรากล่าว

อธิบดีกรมอนามัยกล่าวว่า สำหรับประชาชนให้เร่งสื่อสารสร้างความรอบรู้เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน คือ 1.ติดตาม รับฟังข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐ เมื่อเกิดเหตุให้ตั้งสติ และเตรียมพร้อมอพยพ 2.กรณีอาศัยอยู่ภายในบ้านให้หมอบลงที่พื้นใต้โครงสร้างอาคารแข็งแรง ป้องกันสิ่งของจากเพดานหรือที่สูงหล่นใส่ 3.กรณีเปิดแก๊สประกอบปรุงอาหาร ให้หยุดการทำกิจกรรมดังกล่าว และปิดแก๊สโดยทันที 4.กรณีอยู่ในอาคารสูง คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ ให้เตรียมอพยพ หากมีความรุนแรงต่อเนื่อง ให้รีบออกจากอาคารทันที โดยใช้ทางหนีไฟ ห้ามใช้ลิฟต์โดยสารเด็ดขาด เมื่อพ้นจากอาคารให้ออกไปให้ห่างจากตัวอาคารให้มากที่สุด และต้องคำนึงถึงบุคคลในบ้านที่เป็นกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเสี่ยงทางสุขภาพควรเตรียมหาทางพาออกจากพื้นที่โดยเร่งด่วน 5.ออกห่างจากหน้าต่าง และประตู โดยเฉพาะกระจก ป้องกันอันตราย และลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากกรณีตัวโครงสร้างที่ถูกทำลายจากแผ่นดินไหวรุนแรง 6.กรณีที่อยู่นอกตัวอาคารอยู่แล้ว ห้ามเข้าไปในอาคาร และสังเกตจุดที่ยืนหลบภัย ต้องไม่มีสิ่งปลูกสร้างสูง ป้ายโฆษณา ต้นไม้ เสาไฟฟ้า โดยรอบ เพื่อป้องกันการถล่มหรืออุบัติเหตุ และ 7.เตรียมเก็บสิ่งของที่จำเป็นให้พร้อม สามารถหยิบออกมาได้ทันที

“ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การเกิดแผ่นดินไหวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง
กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ให้ดูแลและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ให้สังเกต ทำความคุ้นเคยทางออกฉุกเฉิน หรือทางหนีไฟที่ใกล้ตัวที่สุด หากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวจะได้สามารถหนีออกมาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ลดความเสี่ยงการสูญเสีย บาดเจ็บ และเสียชีวิต” พญ.อัจฉรากล่าว