พระนครศรีอยุธยานำร่องบริการ ‘โรคสะเก็ดเงิน’ ใน รพ.ชุมชนแม่ข่ายช่วยผู้ป่วยเข้าถึง

23.11.23 | 15:53 น.

พระนครศรีอยุธยานำร่องบริการ ‘โรคสะเก็ดเงิน’ ใน รพ.ชุมชนแม่ข่ายช่วยผู้ป่วยเข้าถึง

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่การสาธารณสุขทั่วโลกให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรัง ความรุนแรงของโรคมีผลกระทบต่อสุขภาพกายเช่นเพิ่มโอกาสติดเชื้อแทรกซ้อน กระดูกและข้ออักเสบผิดรูป ซึ่งอาจสร้างความพิการทางกาย และผลกระทบต่อสุขภาพจิตนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งยังถูกรังเกียจจากสังคม เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดต่อ

พญ.อัมพรกล่าวว่า สำหรับประเทศไทยมีผู้ป่วยสะเก็ดเงินมากกว่า 16,000 รายต่อปี ที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคนี้ ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2567 มีแนวคิดในการพัฒนาโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย ทั้งนี้ กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง ได้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบบริการโรคสะเก็ดเงิน เพื่อลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอย และมีระบบส่งต่อแบบไร้รอยต่อ พร้อมส่งเสริมการดำเนินงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ที่ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่มีคุณภาพและเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมกัน

Advertisement

ด้าน นพ.สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อพัฒนาศักยภาพของทีมบุคลากรทางการแพทย์ พัฒนารูปแบบระบบบริการในพื้นที่ต้นแบบ ที่มีระบบเชื่อมโยงบริการตั้งแต่ระดับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย ไปถึงโรงพยาบาลจังหวัด หรือโรงพยาบาลศูนย์ ทำให้แต่เดิมผู้ป่วยสะเก็ดเงินต้องเดินทางไปตรวจรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังในโรงพยาบาลจังหวัด หรือโรงพยาบาลศูนย์ สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้านได้ ไม่ต้องเดินทางไกลโดยไม่จำเป็น

“ยกเว้นผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและภาระของครอบครัว ส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงินและมีการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง โดยรวมจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ สถาบันโรคผิวหนังพร้อมผลักดันนโยบาย โดยนำร่องพัฒนาระบบบริการโรคสะเก็ดเงินในโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย ในพื้นที่โรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย ใน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นต้นแบบและขยายผลสู่โรงพยาบาลชุมชนแห่งอื่นทั่วประเทศในอนาคต” นพ.สกานต์กล่าว และว่า ทั้งนี้ มีภาคีเครือข่ายที่ร่วมมือผลักดันนโยบายดังกล่าว ได้แก่ หน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์ หน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ต้นแบบ จ.พระนครศรีอยุธยา สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และกองทุนที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินงานเพื่อเป็นของขวัญสำหรับประชาชนต่อไป