‘พิพัฒน์’ เผยคนไทยแอบเข้าไปใช้แรงงานในอิสราเอล พบ10รายเดินทางผ่านปท.ที่3
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีแรงงานไทยกลับจากประเทศอิสราเอลแล้ว 9,500 คน และได้ทราบข่าวว่า มีคนไทยลักลอบกลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลประมาณ 10 คน ซึ่งต้องประสานสถานเอกอัครราชทูตว่า แรงงานเหล่านี้เข้าไปทำงานในพื้นที่ใด แต่แน่นอนว่า เมื่อเหตุการณ์สงบ มีแรงงานที่แจ้งความจำนงขอกลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลประมาณร้อยละ 25
“แต่ถ้าเหตุการณ์สงบแล้วจริงๆ คิดว่าเกินร้อยละ 80 อยากกลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล เพราะต้องยอมรับว่าบางคนเพิ่งไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ไม่กี่เดือน บางคนทำได้ 2 ปี ภาระหนี้สินที่เกิดก่อนไปทำงานก็ยังมีอยู่ แม้ว่ารัฐบาลกำลังจะเยียวยาคนละ 50,000 บาท และมีมาตรการพักหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย ในวงเงิน 150,000 บาท ระยะเวลา 3 ปี แต่หากเขาไม่มีรายได้ แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายเงินต้นและดอก จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานที่จะต้องช่วยให้คนเหล่านี้ให้มีงานทำ แม้ว่าจะไม่ใช่ที่ประเทศอิสราเอลก็ตาม ซึ่งขณะนี้ ปลัดกระทรวงแรงงานก็พยายามเจรจากับทางทางเกาหลี ออสเตรเลีย ซึ่งผมจะไปเจรจาราวๆ กลางเดือนธันวาคมนี้ด้วย” นายพิพัฒน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เนื่องจากสถานการณ์สู้รบในประเทศอิสราเอลมีการเปลี่ยนแปลง มีแรงงานขอกลับไปที่ประเทศอิสราเอลเหมือนเดิม ในส่วนของเงินเยียวยาเพิ่มเติม 50,000 บาทนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การจ่ายให้แรงงานหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้อนุมัติไว้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อยแล้ว
“ส่วนแรงงานที่เราจะส่งออก ก็ยังไม่ได้ส่งออกจริงๆ เนื่องจากเหตุการณ์ยังไม่สงบ ดังนั้น เงินเยียวยาให้คนที่เดินทางกลับประเทศไทยก็ยังเดินตามแผนที่นายกฯได้ให้ไว้ คนที่จะกลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ไม่ใช่ปีนี้ อาจจะเป็นปีหน้า ต้องสงบเรียบร้อยจริงๆ ถึงจะกล้าส่งแรงงานกลับไป เพราะตอนนี้เราเสียหายพอสมควรแล้ว เราไม่อยากทำให้เพื่อนๆ ของเราเสียหายไปมากกว่านี้ คนที่เดินทางกลับประเทศไทย ได้เงินเยียวยาร้อยละ 100 เพราะว่านายกฯเซ็นอนุมัติแล้ว ผ่านสำนักงบประมาณ ผ่านนายกฯ ตอนนี้กลับไปอยู่ที่กระทรวงการคลัง เพื่ออนุมัติเงินแล้ว ถ้าทันวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ก็แจ้งต่อที่ประชุม ครม.รับทราบได้ทันที กระบวนการก็จบ” นายพิพัฒน์กล่าว
ต่อข้อถามว่า เมื่อเข้า ครม.แล้ว เงินนี้จะเข้ากระเป๋าของผู้ใช้แรงงานภายในเมื่อไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า คิดว่า กระทรวงแรงงานต้องไปประสานกับกระทรวงการคลัง และส่งเข้าบัญชีแรงงานที่กลับมาจากประเทศอิสราเอล กระทรวงแรงงานไม่ได้จับต้องเงินนี้
เมื่อถามว่า ถ้าแรงงานรับเงินแล้วเดินทางกลับประเทศอิสราเอลใน 2-3 เดือน จะมีมาตรการอะไรหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า เขาได้สิทธิแล้ว แต่นั่นหมายความว่า ต้องให้รัฐบาลไทยกับรัฐบาลอิสราเอลทำความตกลงกันว่า แรงงานไทยไปแล้วเขาจะรับประกันว่าปลอดภัย แต่หากยังมีการสู้รบกันอยู่ คิดว่าทางการอิสราเอลคงไม่รับอย่างเป็นทางการ เพราะมีความเสี่ยง
เมื่อถามย้ำว่า หากรับเงินเยียวยาแล้วแอบกลับไปจะทำอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า แล้วจะให้ทำอย่างไร ถือว่าเราเชิญชวนเขากลับมา เขาอาจจะเสียเวลา 2-3 เดือน ขาดรายได้ไปเป็นแสนบาท การที่ได้เงิน 50,000 บาท ทดแทนกันได้ เพราะเขาเสียโอกาส
“แต่เมื่อรัฐบาลเชิญชวนให้กลับ แล้วเขากลับมาแล้ว ก็ควรจะต้องได้รับในสิ่งที่เขาควรจะได้รับ ถือเป็นค่าเสียโอกาส อย่างไรก็ตาม หากแอบกลับไปไม่ผ่านกระทรวงแรงงาน หวังว่าคงจะไม่เกิดขึ้น เท่าที่ทราบขณะนี้มีประมาณ 10 คน อย่างไม่เป็นทางการ และแอบไปจากประเทศที่ 3 ไม่ได้เดินทางไปจากประเทศไทย ไปเป็นแรงงานเถื่อน หากประสบเหตุอะไร รัฐบาลอิสราเอลคงมีการดูแล แต่เงินเยียวยาจากภัยสงคราม 15,000 บาท จากกระทรวงแรงงานก็คงให้ไม่ได้” นายพิพัฒน์กล่าว
ต่อข้อถามอีกว่า เงินเยียวยา 50,000 บาท ให้คนเดินทางกลับมีระยะเวลากำหนดไว้หรือไม่ว่าต้องกลับภายในเมื่อไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า เปิดเรื่อยๆ จนกว่ารัฐบาลจะประกาศปิด แต่ตอนนี้ยังเปิดให้กลับอยู่ ซึ่งขณะนี้มีกลับทุกวัน วันละ 20-30 คน

