ใกล้สิ้นปี กสร.ห่วงข้อพิพาทแรงงาน ตั้งศูนย์แก้ข้อขัดแย้งนายจ้าง-ลูกจ้าง 5 ภาค
วันนี้ (27 พฤศจิกายน 2566) นางโสภา เกียรตินิรชา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคมของทุกปี เป็นเวลาที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างของสถานประกอบกิจการที่ทำขึ้นระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หรือองค์กรด้านแรงงานส่วนใหญ่จะสิ้นสุดลงตามรอบระยะเวลาที่จะมีการยื่นข้อเรียกร้อง เพื่อขอปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างตามสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเงินโบนัสและการปรับค่าจ้างประจำปี ซึ่งหากไม่เป็นที่พอใจต่อทั้งสองฝ่าย ก็อาจก่อให้เกิดเป็นข้อพิพาทแรงงานได้
“สำหรับช่วงเวลาใกล้สิ้นปี 2666 จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีสัญญาณที่อาจก่อให้เกิดข้อพิพาทแรงงาน ขอให้เร่งดำเนินการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์เชิงรุก โดยแนะนำ ส่งเสริมให้นายจ้าง ลูกจ้าง ใช้ระบบทวิภาคี เจรจากันด้วยความสุจริตใจ เข้าอกเข้าใจกัน เปิดเผยข้อมูลระหว่างกัน การเจรจาต่อรองก็จะสามารถยุติกันได้ไม่นำมาซึ่งข้อขัดแย้งและข้อพิพาทแรงงาน” นางโสภา กล่าว
ด้าน น.ส.กาญจนา พูลแก้ว รองอธิบดี กสร. กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงานด้านแรงงานสัมพันธ์ ทั้งนี้ กสร.มีความมุ่งหวังให้การเจรจาปรับปรุงสภาพการจ้างและการตกลงข้อตกลงสภาพการจ้างจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตลูกจ้างและครอบครัวควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของสถานประกอบกิจการ ทั้งเป็นเครื่องมือในการรักษาการจ้างและการดำเนินกิจการของสถานประกอบกิจการที่อาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจรายได้ลดลง หรือขาดทุนยังคงดำเนินการต่อไปได้ โดยอยู่บนพื้นฐานของระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดี
“อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติการด้านแรงงานสัมพันธ์เชิงรุก กสร.ได้จัดตั้งศูนย์แรงงานสัมพันธ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 5 ภาค ประกอบด้วย จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ชลบุรี จ.นครราชสีมา จ.ลำพูน และ จ.สงขลา ทำหน้าที่คอยเฝ้าระวังและสนับสนุน ให้คำปรึกษาด้านแรงงานสัมพันธ์แก่สถานประกอบกิจการ นายจ้าง ลูกจ้าง มุ่งเน้นการปฏิบัติการเชิงรุกโดยพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน เข้าส่งเสริมและร่วมแก้ไขข้อขัดแย้งที่จะนำมาสู่ข้อพิพาทแรงงานที่อาจมีความรุนแรง เช่น การปิดงาน นัดหยุดงานหรือการผละงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับสถานประกอบกิจการและลูกจ้างตลอดจนความน่าเชื่อถือในด้านการลงทุนของประเทศ” น.ส.กาญจนา กล่าว

