กรมอนามัยห่วง! หญิงตั้งครรภ์สูดฝุ่นพิษมาก ทารกเสี่ยงออทิสติก-ดับคาท้อง 1.6 เท่า
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ว่า ขณะนี้พบว่ามี 19 จังหวัด ที่เริ่มได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ได้แก่ ภาคเหนือ 5 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) 5 จังหวัด ภาคตะวันตก 3 จังหวัด ภาคกลาง 3 จังหวัด และกรุงเทพมหานครกับปริมณฑลอีก 3 จังหวัด ทั้งนี้ สาเหตุที่มีจำนวนจังหวัดมากขึ้นนี้ เกิดจากเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ได้มีการประชุมหารือกันในการดูจุดกำเนิดของฝุ่นรวมถึงมาตรการรองรับด้านสุขภาพ โดยมีการปรับค่าดัชนีคุณภาพอากาศฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน จาก 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เหลือ 37.5 มคก./ลบ.ม. เพื่อให้มีการเฝ้าระวังและการออกมาตรการที่เข้มข้นขึ้นและทันต่อสถานการณ์

“ขณะนี้เราพบผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในระบบโรงพยาบาลมากขึ้นประมาณร้อยละ 77 ในกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ร้อยละ 35, โรคตา ร้อยละ 32, โรคทางจมูก ร้อยละ 19 และ โรคผิวหนัง ร้อยละ 9 อย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังจากนี้จะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้เข้ารับการรักษาใน โรงพยาบาล (รพ.) แต่ในเรื่องของสัดส่วนผู้ป่วยนั้นก็เป็นไปตามที่เราคาดการณ์เอาไว้ว่า หากมีระดับความเข้มข้นของฝุ่นประมาณเท่าไหร่จะมีผู้ป่วยประมาณเท่าไร” นพ.อรรถพลกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น นพ.อรรถพลกล่าวว่า หญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่ากลุ่มเปราะบาง ซึ่งได้รับผลกระทบจากคุณอย่างแน่นอน เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์มีอัตราการหายใจมากขึ้นกว่าปกติ ทำให้สูดอากาศเข้าไปถี่ขึ้น โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 มีขนาดที่เล็กมากสามารถเข้ากระแสเลือดนำไปสู่รกและเด็กในครรภ์ได้ ตรงนี้จะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์เมื่อคลอดออกมาแล้วอาจจะมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ได้ หรือถ้าหญิงตั้งครรภ์ที่อยู่ในพื้นที่มีฝุ่นมากก็อาจจะมีความเสี่ยงถึงขั้นทารกในครรภ์เสียชีวิตได้ ซึ่งมีตัวเลขทางการแพทย์ โอกาสเสียชีวิตในครรภ์เพิ่มขึ้น 1.1-1.6 เท่า โดยเฉพาะอายุครรภ์ในไตรมาสที่ 3
“นอกจากนั้น ยังกระทบต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ เช่น เนื้อเยื่อของทารกในครรภ์ การพัฒนาเซลล์ ซึ่งมีผลโดยตรงอาจทำให้ทารกในครรภ์คลอดออกมาแล้ว มีแนวโน้มเกิดภาวะออทิสติก หรือสมาธิสั้นสูงขึ้นได้” นพ.อรรถพลกล่าว
รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงคำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป โดยกลุ่มเสี่ยงคือ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็กและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การป้องกันคือสิ่งที่ดีที่สุด โดยสามารถตรวจสอบคุณภาพอากาศในแต่ละวันได้ผ่านแอพพลิเคชั่น “LifeDee” ที่พัฒนาโดยจิสด้า และ อว. ซึ่งภายในแอพพ์จะมีข้อมูลเกี่ยวกับดัชนีฝุ่นที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การแจ้งเตือนมลพิษ การค้นหาพื้นที่ปลอดฝุ่น มีคลินิกมลพิษออนไลน์ให้คำแนะนำกับประชาชน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กรณีหญิงตั้งครรภ์ หากไม่มีความจำเป็นต้องออกจากบ้านก็ควรอยู่ในบ้าน แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย และออกไปโดยใช้ระยะเวลาที่สั้นที่สุด
“กรมอนามัยกำลังเร่งพัฒนาห้องปลอดฝุ่นในศูนย์เด็กเล็ก และใน รพ. เพื่อให้ประชาชนเข้าไปพัก เพื่อช่วยลดปัญหาสุขภาพเรื่องฝุ่นได้” นพ.อรรถพลกล่าว

