‘พิพัฒน์’ ส่งทีม ร่วมคณะทูต เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวแรงงานชาวอุดรฯ เสียชีวิตในอิสราเอล

11.12.23 | 17:42 น.

‘พิพัฒน์’ ส่งทีม ร่วมคณะทูต เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวแรงงานชาวอุดรฯ เสียชีวิตในอิสราเอล

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และคณะ เป็นผู้แทนกระทรวงแรงงาน ร่วมคณะของ นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล และติดตามความคืบหน้าการดำเนินการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ด้านแรงงาน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน จ.อุดรธานี ร่วมต้อนรับ ณ บ้านพักของแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอลในพื้นที่ จ.อุดรธานี

นายสมาสภ์กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยครอบครัวแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล ซึ่งได้กำชับให้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเยียวยาแรงงานไทยที่เสียชีวิตเพื่อให้ทายาทผู้เสียชีวิตได้รับสิทธิประโยชน์ด้านแรงงานอย่างครบถ้วนโดยเร็ว

Advertisement

“วันนี้จึงได้มอบหมายให้ผมและคณะลงพื้นที่พร้อมกับคณะของเอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจครอบครัวแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอลถึงบ้าน พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยที่เสียชีวิต จำนวน 6 ราย เพื่อให้ญาติทราบ ได้แก่ รายแรก ครอบครัวของ นายอนุชา โสภากุล อยู่ที่ ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม รายที่ 2 ครอบครัวของ นายจักรพงษ์ จันทรเสนา อยู่ที่ ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี รายที่ 3 ครอบครัวของ นายพิรุฬห์ ทานนพิมพ์ อยู่ที่ ต.ท่าลี่ อ.กุมภวาปี รายที่ 4 ครอบครับของ นายธีรพงษ์ กลางสุวรรณ อยู่ที่ ต.หนองไผ่ อ.หนองหาน รายที่ 5 ครอบครัวของ นายไกรสร อรัญถิตย์ อยู่ที่ ต.หนองไผ่ อ.หนองหาน และ รายที่ 6 ครอบครัวของ นายเกียรติศักดิ์ พาที ที่บ้าน อยู่ที่ ต.บ้านแดง อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี ซึ่ง จ.อุดรธานี ถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีแรงงานไทยเดินทางไปทำงานในอิสราเอลเป็นจำนวนมากในลำดับต้นของประเทศ และจากการได้พูดคุยกับญาติพี่น้องครอบครัวของแรงงานที่เสียชีวิต พบว่า ญาติพี่น้องของแรงงานแต่ละครอบครัวต่างมีขวัญกำลังใจดีขึ้นโดยลำดับ” นายสมาสภ์กล่าว

นายสมาสภ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับ จ.อุดรธานี มีแรงงานไทยเดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอล 4,042 คน ขณะนี้เดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว 1,387 ราย ยังไม่เดินทางกลับ 2,655 ราย ถูกจับเป็นตัวประกัน 5 ราย ได้รับการปล่อยตัวแล้ว 4 ราย บาดเจ็บ 4 ราย กลับภูมิลำเนาแล้ว 3 ราย ยังคงรักษาตัวที่อิสราเอล 1 ราย เสียชีวิต 11 ราย มีผู้ยื่นขอรับบริการผ่านศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล จ.อุดรธานี 941 ราย แยกเป็นติดตามเงินค่าจ้างค้างจ่าย และเงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้าง (ปิซูอิม) 328 ราย ติดตามค่าตั๋วเครื่องบิน 602 ราย และติดตามเงินช่วยเหลือกรณีแรงงานเสียชีวิต 11 ราย

“กระทรวงแรงงานขอให้ครอบครัวของแรงงานที่เสียชีวิตจากอิสราเอลมั่นใจได้ว่า กระทรวงแรงงาน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพยายามอย่างเต็มที่ ในการดำเนินการประสานทุกฝ่าย เพื่อติดตามสิทธิประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงานให้ได้รับสิทธิอย่างครบถ้วนทุกราย ซึ่งในส่วนของสิทธิประโยชน์จากอิสราเอล รวมทั้งเงินค่าจ้างค้างจ่ายและเงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้าง (เงินปิซูอิม) นั้น ในเรื่องนี้ กระทรวงแรงงานได้ให้อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เป็นผู้ประสานงานกับนายจ้างเพื่อดำเนินการจ่ายค่าจ้างส่วนที่ยังค้างจ่ายให้พี่น้องแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุดต่อไป” นายสมาสภ์กล่าว