เลขาธิการ สปส.เผยปี 2567 รพ.รัฐ-เอกชน 267 แห่ง ร่วมดูแลผู้ประกันตน
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามสัญญาจ้างให้บริการทางการแพทย์ ประจำปี 2567 ระหว่าง สปส. กับสถานพยาบาลเอกชน จำนวน 58 แห่ง ว่า การจัดพิธีลงนามสัญญาจ้างให้บริการทางการแพทย์ ประจำปี 2567 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สถานพยาบาลเอกชนในโครงการประกันสังคม ได้รับทราบระเบียบ แนวทางปฏิบัติการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตน ตามสัญญาจ้างบริการทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถจัดบริการอย่างมีคุณภาพ พร้อมร่วมกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้งพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านสุขภาพ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับบริการที่ดี และพึงพอใจเป็นสำคัญ

นายบุญสงค์กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกันตนมีแนวโน้มเลือกสถานพยาบาลเอกชนเพิ่มมากขึ้น เพราะเกิดจากความร่วมมือของสถานพยาบาลคู่สัญญาที่ร่วมกันพัฒนาคุณภาพทั้งมาตรฐานการรักษา และการให้บริการที่เป็นเลิศที่ดีเสมอมา ซึ่งในปี 2567 มีสถานพยาบาลหลักเข้าร่วมโครงการลงนามเป็นสถานพยาบาลคู่สัญญาให้บริการทางการแพทย์ จำนวน 267 แห่ง แยกเป็นสถานพยาบาลภาครัฐ 170 แห่ง และสถานพยาบาลเอกชน 97 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 7 แห่ง

“สำหรับการคัดเลือกสถานพยาบาลคู่สัญญาให้บริการทางการแพทย์ เพื่อการดูแลรักษาผู้ประกันตนตามมาตรฐานที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนด มีใจความสำคัญ คือ ต้องทำการรักษาผู้ประกันตนจนสิ้นสุดการรักษาโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดวงเงินค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ สถานพยาบาลจะไม่เรียกเก็บเงินค่าบริการทางการแพทย์ มีระบบการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลระดับที่สูงกว่า หรือสถานพยาบาลที่เชี่ยวชาญเฉพาะโรค เพื่อให้การบริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนที่เกินศักยภาพของสถานพยาบาลคู่สัญญาที่ให้การบริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตน” นายบุญสงค์กล่าว
เลขาธิการ สปส.กล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ สปส.จะมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อร่วมพัฒนาระบบการให้บริการทางการแพทย์ทางไกล หรือเทเลเมดิซีน (telemedicine) หรือเทเลเฮลท์ (telehealth) ระบบนัดหมายให้บริการแก่ผู้ประกันตนล่วงหน้า เพื่อลดระยะเวลาการรอคอย พร้อมปรับรูปแบบการจัดบริการทางการแพทย์ให้เหมาะสมแก่ผู้ประกันตน และการบูรณาการการใช้สิทธิการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เพื่อดูแลรักษาผู้ประกันตนให้เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์อย่างดีที่สุด

