สปสช.เผยบัตรทอง ปี’66 สร้างเสริมสุขภาพเกินเป้า หญิงไทยใช้สิทธิฝากครรภ์ 4.93 แสนคน

สปสช.เผยบัตรทอง ปี’66 สร้างเสริมสุขภาพเกินเป้า หญิงไทยใช้สิทธิฝากครรภ์ 4.93 แสนคน

วันนี้ (17 ธันวาคม 2566) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เป็นสิทธิประโยชน์บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท เพื่อให้เกิดการบริการเชิงรุก เพิ่มการเข้าถึงบริการให้กับประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ผ่านมา สปสช.จึงได้ดำเนินการในรูปแบบการจ่ายค่าบริการตามรายการที่ให้บริการ ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2566 มีการจ่ายค่าบริการตามรายการที่ให้บริการ จำนวนทั้งสิ้น 22 รายการ โดยมีรายการที่รับบริการเกินเป้าหมาย อาทิ บริการฝากครรภ์ จำนวน 493,918 คน จากเป้าหมาย 319,317 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 154.68 บริการตรวจคัดกรองดาวน์ในหญิงตั้งครรภ์ จำนวน 188,167 คน จากเป้าหมาย 182,547 คน คิดเป็น ร้อยละ 103.06 บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีสายตาผิดปกติ จำนวน 46,950 คน จากเป้าหมาย 10,140 คน คิดเป็น ร้อยละ 463.02

บริการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง (Fit test) จำนวน 979,949 คน จากเป้าหมาย 750,076 คน คิดเป็น ร้อยละ 130.65 บริการคัดกรองวัณโรคในกลุ่มเสี่ยง จำนวน 2,107,901 คน จากเป้าหมาย 616,000 คน คิดเป็น ร้อยละ 342.24 บริการคัดกรองและประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ จำนวน 6,671,037 คน จากเป้าหมาย 1,949,241 คน คิดเป็น ร้อยละ 342.24 บริการยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก จำนวน 325,348 คน จากเป้าหมาย 113,643 คน คิดเป็น ร้อยละ 286.29 และบริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเสี่ยง จำนวน 3,713,686 คน จากเป้าหมาย 2,910,000 คน คิดเป็น ร้อยละ 127.62

Advertisement

“จากข้อมูลที่ปรากฏนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเข้าถึงบริการของประชาชน จากสิทธิประโยชน์บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ ของระบบบัตรทองที่มอบให้กับคนไทยทุกคน ซึ่งล้วนแต่เป็นบริการที่มีความจำเป็นต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นบริการฝากครรภ์ที่หญิงตั้งครรภ์ทุกคนต้องได้รับการดูแลเพื่อประเมินความเสี่ยง และได้รับการดูแลตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยบุคลากรสาธารณุสข ส่งผลให้การตั้งครรภ์และให้เด็กไทยเกิดมาอย่างมีคุณภาพ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ บริการคัดกรองโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุข อาทิ โรควัณโรค เพื่อป้องกันและลดการแพร่กระจายเชื้อ บริการเพื่อลดภาวะเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตอย่างมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่รักษาให้หายได้หากตรวจคัดกรองพบตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม นอกจากนี้ ยังมีบริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ โดยเป็นบริการเร่งค้นหาเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางสายตาทำให้ได้รับการแก้ไข เพื่อนำไปสู่การมีการเรียนรู้ พัฒนาการที่ดี” ทพ.อรรถพร กล่าว

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อไปว่า ส่วนบริการสร้างเสริมสุขภาพฯ ที่อยู่ในเกณฑ์การรับบริการที่เป็นไปตามเป้าหมาย อาทิ บริการคัดกรองภาวะพร่องฮอร์โมนไทยรอยด์ในทารกแรกเกิด บริการตรวจหลังคลอด บริการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก บริการวางแผนครอบครัวกึ่งถาวร

“อย่างไรก็ตาม ยังมีบริการสร้างเสริมสุขภาพฯ ในบางรายการที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย มีจำนวนการเข้ารับบริการไม่มากนั้น เช่น บริการตรวจยืนยันธาลัสซีเมียในหญิงตั้งครรภ์และสามี บริการคัดกรองธาลัสซีเมีย/ซิฟิลิสในสามี บริการคัดกรองโรคพันธุกรรมเมตาบอลิกในทารกแรกเกิด บริการตรวจยืนยันมะเร็งช่องปาก บริการคัดกรองยีนกลายพันธุ์มะเร็งเต้านม (BRCA1/BRCA2) และบริการวางแผนครอบครัว ชนิดชั่วคราว เป็นต้น สปสช. จะมีการดำเนินการวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคในการให้บริการและรับบริการของกลุ่มเป้าหมาย และจะมีการหารือกับหน่วยงาน องค์กร และภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยบริการจัดบริการที่มีคุณภาพตั้งแต่การประเมินสุขภาพ การคัดกรองสุขภาพของประชาชน เมื่อพบกลุ่มเสี่ยงให้การดูแลแก้ไขปรับพฤติกรรม หากเจ็บป่วยได้รับการรักษา ดูแลต่อเนื่อง ประกอบกับ การสร้างการรับรู้สิทธิ การเข้ารับบริการยังหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพ การพัฒนาระบบบริการ ส่งผลต่อประชาชนเข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รับรู้สภาวะสุขภาพและดูแลสุขภาพของตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป” ทพ.อรรถพร กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image