เครือข่ายลดอุบัติเหตุงัดผลวิจัยยิ่งดื่มมากยิ่งมีผลต่อสมอง รณรงค์ปีใหม่ 2567 ขับปลอดภัย
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า เทศกาลปีใหม่ 2567 คาดว่ามีปริมาถรถมากขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัว ส่งผลให้จราจรติดขัด เนื่องจากมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน มีการจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เฉลิมฉลองยาวนาน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จากข้อมูลศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ภายใต้การรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” โดย สคอ.และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมสื่อสารประชาสัมพันธ์ เน้นย้ำเรื่อง “ยิ่งดื่มนาน สมองยิ่งเสี่ยง ดื่มไม่ขับ” สร้างความตระหนักในการขับขี่ปลอดภัยและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“ทั้งนี้ สถิติอุบัติทางถนนจาก ศปถ.รายงานว่า ปีใหม่ 2566 ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2564- วันที่ 4 มกราคม 2566 เกิดอุบัติเหตุรวม 2,440 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 317 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,437 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับเร็ว ร้อยละ 37.5 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 25.49 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 18.69 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.11 รถกระบะ ร้อยละ 5.56 รถเก๋ง ร้อยละ 3.24” นายพรหมมินทร์ กล่าวและว่า ยิ่งดื่มนาน สมองยิ่งเสี่ยง ทั้งนี้ หากมีการดื่มระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ร้อยละ 0.02 -0.15 จะทำให้สมองส่วนการใช้เหตุผลได้รับผลกระทบเล็กน้อย รู้สึกฮึกเหิม เริ่มยืนไม่มั่นคง ร้อยละ 0.16 -0.30 สมองส่วนซีรีเบลลัมได้รับผลกระทบ มีอาการขาสั่น รู้สึกอยากอาเจียน ร้อยละ 0.31 -0.40 สมองส่วนความทรงจำได้รับผลกระทบ ยืนแทบไม่ไหว สติสัมปชัญญะไม่ชัดเจน และ ร้อยละ 0.41 -0.50 สมองทุกส่วนได้รับผลกระทบหมด หมดสติได้
ผู้อำนวยการ สคอ. กล่าวว่า ในปีใหม่นี้ สคอ.ได้สื่อสารประชาสัมพันธ์ และรณรงค์สร้างความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเทศกาลและช่วงเทศกาล โดยผลิตสื่อและชุดข้อมูลการเฝ้าระวังป้องกัน ลดอุบัติเหตุทางถนนสนับสนุนภาคีเครือข่ายทั้งรัฐ และเอกชน กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นกรอบและแนวทางทำงานในพื้นที่ตามนโยบาย ศปถ. และได้วางแผนลงพื้นที่ติดตามกรณีอุบัติเหตุใหญ่ที่เกิดช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยใช้ข้อมูลจาก ศปถ.ที่รายงานการเกิดอุบัติเหตุรายวัน จัดทำเป็นคลิปวิดีโอสะท้อนผลกระทบ ปัญหา สาเหตุและข้อเสนอแนวทางแก้ไขขับเคลื่อนในระดับนโยบายสู่การปฏิบัติให้เกิดความปลอดภัยทางถนนในอนาคต
“แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ ความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้น จากการอนุญาตให้เปิดสถานบริการได้ถึงตี 4 การดื่มนานถึงผับบาร์เลิก ขับรถกลับบ้าน ต้องระวังอาการ ตาเบลอ มองไม่เห็นคนข้ามถนน สมองสั่งการเบรกไม่ทัน ตัดสินใจผิดพลาด ง่วงซึม หลับใน จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องยึดมั่นในเงื่อนไขตามกฎกระทรวงมหาดไทย และนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการห้ามขายคนอายุต่ำกว่า 20 ปี คนเมา ตรวจแอลกอฮอล์คนขับก่อนกลับ หากเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (mg%) จัดที่พักคอย หากไม่รอให้ติดต่อเพื่อนหรือ ญาติพากลับ หรือจัดหารถส่งลูกค้า จะช่วยลดผลกระทบความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนได้” นายพรหมมินทร์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม การเดินทางควรตั้งสติไม่ประมาทเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย ดื่มไม่ขับ ขับไม่ซิ่ง ไม่ดื่มสุราขณะขับรถ และไม่ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด เพราะหากดื่มแล้วขับ ถูกจับแน่ หากปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โทษเมาแล้วขับ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ถูกปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท ถูกคุมความประพฤติ ยิ่งดื่ม ยิ่งส่งผลต่อสมอง เสี่ยงอุบัติเหตุ

