อึ้ง! สูงวัยพุ่ง 12.5 ล้านคน ติดเตียงกว่า 4.6 หมื่น สสส.สานพลังปรับระบบบริการ-ดูแลเชิงรุก

26.12.23 | 16:41 น.

อึ้ง! สูงวัยพุ่ง 12.5 ล้านคน ติดเตียงกว่า 4.6 หมื่น สสส.สานพลังปรับระบบบริการ-ดูแลเชิงรุก


เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ บริษัท เวลบีอิ้ง ครีเอชั่น จำกัด สมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย สมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย จัดเวทีถอดบทเรียนระบบบริการฟื้นฟูสุขภาพเชิงรุก ดูแลต่อเนื่องจากโรงพยาบาลสู่ชุมชน ภายใต้การดำเนินงาน ขับเคลื่อนขยายผลกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพระดับจังหวัด ให้มีประสิทธิภาพ ครบวงจร

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ในปี 2564 ไทยมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นถึง 12.5 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 19 ของประชากรทั้งหมด พบผู้สูงอายุติดบ้าน 207,024 คน ติดเตียง 46,779 คน มีภาวะพึ่งพิงต้องมีผู้ดูแล หรืออุปกรณ์ช่วยเหลือ 364,410 คน ผู้สูงอายุมีปัญหาโรคไม่ติดต่อ (NCDs) มีภาวะพิการ โรคหลอดเลือดสมองแตก หลอดเลือดตีบ อุดตัน ที่ส่งผลให้เกิดอัมพฤกษ์อัมพาต กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จำเป็นต้องเข้าไปฟื้นฟู ส่งเสริมป้องกันคนติดเตียง ให้ความรู้ตั้งแต่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่หน่วยบริการสุขภาพติดตามดูแลอาการ ผู้ดูแล การพักฟื้นที่บ้าน ตลอดจนป้องกันฟื้นฟูในชุมชนลดบาดเจ็บจากแผลกดทับ

Advertisement

“สสส. สนับสนุนกลไกการจัดการกองทุนฟื้นฟูสุขภาพระดับจังหวัด ให้มีประสิทธิภาพ พัฒนาขยายผล ต่อยอดการดำเนินงานให้ส่งผลต่อระบบงาน และกลุ่มเป้าหมายเพิ่มมากขึ้น บูรณาการตั้งแต่ระดับพื้นที่ จนถึงระดับประเทศ เข้าไปทำงานดูแลสุขภาพเชิงรุกในมิติสุขภาพ ให้ประชากรกลุ่มเป้าหมายได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ ครอบคลุม ทั่วถึง ทั้งด้านรักษาพยาบาล ฟื้นฟูสุขภาพ ควบคู่การสนับสนุนกายอุปกรณ์ เครื่องช่วย หรือผู้ช่วยในการดำเนินชีวิตประจำวัน พัฒนาให้มีอาชีพ มีบทบาทในสังคม ส่งผลให้เกิดคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีของประชาชน” นพ.พงศ์เทพกล่าว

นายสุรศักดิ์ อธิคมานนท์ ผู้รับผิดชอบโครงการขับเคลื่อนขยายผลกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพระดับจังหวัด ให้มีประสิทธิภาพ ครบวงจร กล่าวว่า การถอดบทเรียนในครั้งนี้ เพื่อทบทวนการดำเนินงาน ประสบการณ์ของประชาชนในพื้นที่ สนับสนุนพัฒนาศักยภาพของกลไกกองทุนฟื้นฟู ขณะนี้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมสรุปบทเรียน ในพื้นที่ 10 จังหวัดนำร่อง ที่สามารถดูแลฟื้นฟูสุขภาพได้ในระดับดี เพื่อเป็นกรอบแนวทางการทำงาน นำไปถ่ายทอด เผยแพร่ ต่อยอด ขยายผลบทเรียนสำคัญ ให้แก่พื้นที่จังหวัดอื่นๆ ที่สนใจต่อไป พัฒนาภาคี/วิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ดูแลต่อเนื่องจากโรงพยาบาลสู่ชุมชน คาดว่าจะพัฒนาให้เกิดกองทุนฟื้นฟูระดับจังหวัด พัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาล พร้อมกับป้องกัน ฟื้นฟู ควบคู่กัน เกิดแนวทางการพัฒนาคุณภาพ/มาตรฐานการจัดการกองทุนฟื้นฟูระดับจังหวัดอย่างยั่งยืน