หมอเผยเด็กอังกฤษสูบบุหรี่ไฟฟ้าพุ่ง พรรคฝ่ายค้านชง กม.ให้เฉพาะมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น
วันที่ 26 ธันวาคม รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคฝ่ายค้านของประเทศอังกฤษเตรียมเสนอนโยบาย “ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า” โดยอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะกรณีที่มีใบสั่งจากแพทย์เท่านั้น ขณะที่นายเวส สตรีตติ้ง (Wes Streeting) รัฐมนตรีเงากระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ ได้ให้ข้อมูลว่า ธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า เป็นธุรกิจที่ขาดความรับผิดชอบ อ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ แต่แท้จริงแล้วทำให้เกิดการแพร่ระบาดของนิโคตินในเด็กและเยาวชน ดังนั้น การเสนอนโยบายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า และให้ใช้ได้เฉพาะมีใบสั่งแพทย์นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นประตูพาเด็ก เยาวชน ไปสู่บุหรี่และสารเสพติดอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ยังคงเปิดช่องทางให้ผู้ใหญ่ที่ต้องการเลิกบุหรี่เข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ ภายใต้การดูแลจากแพทย์
“ปัจจุบันแม้อังกฤษจะมีกฎหมายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าให้เด็กอายุต่ำว่า 18 ปี ก็ยังพบอัตราการสูบบุหรี่ในเด็กมัธยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการสำรวจเมื่อปี 2566 พบเด็กอังกฤษอายุ 11-17 ปี เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง ร้อยละ 20.5 โดยบุหรี่ไฟฟ้าที่เด็กและวัยรุ่นใช้ส่วนมาก ได้แก่ พอดแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่ง ร้อยละ 95 ของเด็กจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าชนิดมีกลิ่นรสชาติ ได้แก่ รสผลไม้ และขนมหวาน ทั้งนี้ เป็นนโยบายเดียวกับประเทศออสเตรเลีย ได้ประกาศและมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เนื่องจากต้องการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน” รศ.พญ.เริงฤดีกล่าว

