สธ.ห่วง ‘ไวรัสซิกา’ ระบาด หลังพบปี’66 ติดเชื้อ 758 ราย ทารกศีรษะเล็ก 13 คน เตือน! ระวังยุงกัด
วันที่ 5 มกราคม 2567 นพ.ธงชัย กีรติหัตยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ช่วงนี้เป็นฤดูหนาวของประเทศไทย แต่พื้นที่ส่วนใหญ่อากาศไม่ค่อยเย็น ส่งผลให้ยุงลายที่เป็นพาหะนำ 3 โรค ยังสามารถขยายพันธุ์ได้ คือ โรคไข้เลือดออก ปีที่ผ่านมา พบผู้ป่วย 153,734 ราย เสียชีวิต 181 ราย โรคปวดข้อยุงลาย พบผู้ป่วย 1,371 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ในปีที่ผ่านมา พบผู้ป่วย 758 ราย ในจำนวนนี้เป็นหญิงตั้งครรภ์ 33 ราย ที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้ป่วยที่กำลังตั้งครรภ์จะส่งผลให้ทารกที่คลอดออกมามีความผิดปกติศีรษะเล็ก หรือพิการแต่กำเนิด เป็นภาระของครอบครัว ซึ่งโรคนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศแอฟริกา และเคยพบประปรายในประเทศไทยหลายปีก่อน แต่ปีที่ผ่านมา มีรายงานพบทารกศีรษะเล็กยืนยันติดเชื้อไวรัสซิกา 13 ราย ทั้งนี้ ในระยะ 4 สัปดาห์ล่าสุด พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกามากที่สุด ในกรุงเทพมหานคร 40 ราย ตามด้วย จ.ประจวบคีรีขันธ์ 13 ราย อีกทั้งยังพบผู้ป่วยในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันและเนเธอร์แลนด์ที่กลับจากเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 3 ราย

“ขอแนะนำประชาชนว่า วิธีป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกาที่ดีที่สุดคือ การป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงลายกัด โดยการนอนในมุ้งหรือห้องที่ติดมุ้งลวด จุดยากันยุง หรือทาโลชั่นกันยุง และเก็บกวาดสถานที่ไม่ให้มีน้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และเนื่องจากพบนักท่องเที่ยวป่วย จึงขอแนะนำผู้ประกอบการเจ้าของสถานที่พักแรม เช่น โรงแรม รีสอร์ต ที่รับนักท่องเที่ยวเข้าพัก ควรจัดการที่พักของตนเองให้ปลอดจากยุงลาย โดยจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้ยุงลายมีที่วางไข่ กำจัดภาชนะกักเก็บน้ำชนิดต่างๆ รวมไปถึงขยะเศษภาชนะ กล่องโฟม จานรองกระถางต้นไม้ หรือกาบใบไม้ใหญ่ๆ เป็นประจำทุกสัปดาห์ รวมทั้งแจกยาทากันยุงชนิดซอง หรือสเปรย์พ่นยุงในห้องพักด้วย” นพ.ธงชัย กล่าว

นอกจากนี้ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาส่วนใหญ่ อาการไม่รุนแรง ผู้ติดเชื้อ มีอาการไข้ ร่วมกับผื่นแดงตามร่างกาย ตาแดง ปวดกล้ามเนื้อ และปวดข้อ หากสงสัย ให้พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ และหากพบว่า ตนเองป่วยเป็นโรคไวรัสซิกา ควรปฏิบัติตัวเพิ่ม 3 ประการ คือ ทายากันยุงวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน และงดเว้นการเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัดแล้วนำเชื้อไวรัสไปให้คนรอบตัว และเนื่องจากพบว่า เชื้อไวรัสนี้สามารถอยู่ในสารคัดหลั่งของผู้ชายได้ จึงควรใช้ถุงยางอนามัยเป็นเวลา 3 เดือน หากมีเพศสัมพันธ์ ขอสื่อสารไปยังประชาชนว่าโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยมาตรการเดียวกันกับโรคไข้เลือดออก และกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญ คือ หญิงตั้งครรภ์ และคู่สมรสที่วางแผนจะมีบุตร ต้องป้องกันไม่ให้ถูกยุงลายกัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

