สปส.ยันข่าวยกเลิกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่จริง! แค่เรื่องเดิมปี’65 ชงไว้ 2 ทางเลือก
วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2567) นางมารศรี ใจรังษี รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน ได้รับมอบหมายจากนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการ สปส. ชี้แจงประเด็นที่สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข่าวว่า กระทรวงแรงงานได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม (ฉบับที่…) พ.ศ. … ที่ให้คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ใช้ระบบการแต่งตั้งกรรมการเหมือนเดิม อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตถึงการพยายามยกเลิกระบบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งผู้ประกันตนอาจถูกผลักดันโดยกลุ่มอำนาจเก่าของกระทรวงแรงงานที่ฝังรากอยู่มาอย่างยาวนาน ว่า ในร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่…) พ.ศ. … มีการแก้ไขที่มาของการได้มาซึ่งบอร์ดประกันสังคม ทั้งฝ่ายผู้ประกันตน และนายจ้าง มาก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566
“ยืนยันว่า ไม่ได้เพิ่งเสนอแก้ไขหลังจากมีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมตามที่เป็นข่าว แต่เป็นร่างเดิมที่เคยเสนอแก้ไขไว้ตั้งแต่ปี 2565 แต่ตอนนั้นต้องตกไป เพราะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรในปี 2566 โดยรายละเอียดระบุว่า วิธีการได้มาซึ่งกรรมการให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประกาศ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.)” นางมารศรีกล่าว
ทั้งนี้ รองเลขาธิการ สปส. กล่าวว่า สปส.มิได้มีการเปลี่ยนแปลงหลักการจากเดิมที่กำหนดให้กรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน มาจากการเลือกตั้งเป็นวิธีการสรรหาแต่อย่างใด เพราะในร่าง พ.ร.บ.ฯ มาตรา 8 ได้กำหนดวิธีการได้มาของกรรมการไว้ 2 วิธี ได้แก่ 1.การเลือกตั้ง หรือ 2.วิธีการสรรหา
“โดยเหตุผลที่กำหนดเช่นนี้ เนื่องจากหากเกิดเหตุสุดวิสัยในอนาคต เช่น ในกรณีเกิดโรคระบาด หรือกรณีเกิดภัยพิบัติ ทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ เพื่อให้การบริหารกองทุนไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากกรรมการหมดวาระลง (บอร์ดรักษาการ) จะไม่สามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบในบางเรื่องได้ จึงกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยความเห็นชอบของ ครม.สามารถประกาศกำหนดวิธีการอื่น เช่น การสรรหาคณะกรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ได้เท่านั้น” นางมารศรีกล่าว และว่า หลักการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ยังคงมีอยู่เช่นเดิม ประกอบกับในการเสนอร่างกฎหมาย ทุกขั้นตอนมีการเผยแพร่และผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว ทั้งในชั้นก่อนเสนอเข้า ครม. และชั้นการตรวจร่างของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

