‘ชลน่าน’ ปลื้ม 30บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรใบเดียว เฟส 1 ทะลุเป้า สปสช.พร้อมลุยต่อระยะ 2
วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2567) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีวาระการประชุมเรื่อง “การขยายพื้นที่ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ในระยะที่ 2” ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินการนโยบายในระยะที่ 1 พร้อมทั้งมีมติเห็นชอบให้ขยายพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวต่อตามนโยบายรัฐบาล และร่างประกาศฯ เรื่องการดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และการรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว

“ขณะนี้ในพื้นที่ 4 จังหวัด นำร่องนโนบาย 30 บาทรักษาทุกที่ฯ ระยะที่ 1 ในส่วนที่เป็นบทบาทของ สปสช. ค่อนข้างประสบความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศการให้บริการภายใต้นโยบาย โดยมีหน่วยนวัตกรรมบริการสาธารณสุขวิถีใหม่ เช่น คลินิกทันตกรรม คลินิกเวชกรรม ร้านยา ฯลฯ ที่เข้าร่วมให้บริการเพิ่มขึ้นถึง 541 แห่ง เกินจากเป้าหมายที่วางไว้ที่ 478 แห่ง ซึ่งช่วยให้ประชาชนมีหน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้านใกล้ใจมากขึ้น รวมถึงการเชื่อมข้อมูลทุกระบบเพื่อการเบิกจ่ายในทุกหน่วยบริการ การใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจสอบก่อนจ่ายให้หน่วยบริการ และการใช้ระบบการแสดงตนยืนยันสิทธิหลังสิ้นสุดบริการ เหล่านี้ทำให้หน่วยบริการใน 4 จังหวัดนำร่องกว่าร้อยละ 70 ได้รับค่าบริการจาก สปสช. ภายใน 3 วัน ตามเป้าหมายที่วางไว้ และป้องกันการซ้ำซ้อนของข้อมูลได้อย่างดี โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม-วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 สปสช.จ่ายค่าบริการให้กับหน่วยบริการแล้วถึง 71,556,068 บาท” นพ.ชลน่านกล่าว

ประธานบอร์ด สปสช.กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบกำกับติดตามกระบวนการ เพื่อป้องกันการรับบริการซ้ำซ้อนภายในวันเดียวกัน หรือที่หลายคนเรียกว่า Shopping Around ตลอดจนการร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) ในการจัดให้มีกลไกการกำกับการเข้าถึงบริการ และคุณภาพมาตรฐานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
“เราดำเนินการไปใน 4 จังหวัดนำร่อง ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ได้เสียงตอบรับเชิงบวกจากทุกภาคส่วนว่า เป็นความสำคัญในการเป็นก้าวแรกที่ได้เริ่มพลิกโฉมระบบบริการสุขภาพ และหลังจากนี้ จะพัฒนาระบบและยกระดับขึ้นต่อไป โดยเป้าหมายคือ จะขยายไปทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ ส่วนการเข้าสู่ระยะที่ 2 นั้น เมื่อวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการจัดกระบวนการ โดยเอา 4 จังหวัดนำร่อง มาร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการกับ 8 จังหวัดเป้าหมายระยะที่ 2 คือ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สิงห์บุรี พังงา หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ นครราชสีมา และสระแก้ว และเตรียมแผนปฏิบัติการ ผมได้ไปนั่งฟังแผนปฏิบัติการ ค่อนข้างมีความมั่นใจว่า 8 จังหวัด มีความพร้อมที่จะเริ่มดำเนินการ โดยจะเริ่มคิกออฟระยะที่ 2 ที่ จ.นครราชสีมา ในต้นเดือนมีนาคมนี้” นพ.ชลน่านกล่าว

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ในส่วนข้อมูลภาพรวมมีหน่วยบริการนวัตกรรมวิถีใหม่ได้สมัครเข้าร่วมให้บริการใน 8 จังหวัดแล้ว จำนวน 451 แห่ง ประกอบด้วย ร้านยา 281 แห่ง คลินิกการพยาบาล 86 แห่ง ทันตกรรม 50 แห่ง กายภาพบำบัด 12 แห่ง คลินิกเวชกรรม 8 แห่ง คลินิกเทคนิคการแพทย์ 5 แห่ง และคลินิกแพทย์แผนไทย 4 แห่ง เป็นต้น
“เมื่อแยกข้อมูลรายจังหวัด พบว่า แต่ละจังหวัดมีหน่วยบริการนวัตกรรมวิถีใหม่รวมให้บริการเพิ่มเติม ดังนี้ 1.เพชรบูรณ์ 55 แห่ง 2.นครสวรรค์ 73 แห่ง 3.สิงห์บุรี 13 แห่ง 4.สระแก้ว 35 แห่ง 5.หนองบัวลำภู 35 แห่ง 6.นครราชสีมา 205 แห่ง 7.อำนาจเจริญ 19 แห่ง และ 8.พังงา 16 แห่ง” นพ.จเด็จกล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อเตรียมความพร้อม สปสช.ได้มีการลงพื้นที่ใน 8 จังหวัด ที่จะขยายนโยบายเพิ่มเติม และเชิญชวนผู้ประกอบการสถานพยาบาลภาคเอกชนเข้าร่วมบริการแล้ว โดยร่วมกับผู้แทนสภาวิชาชีพที่ร่วมให้บริการ อาทิ แพทยสภา สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา เป็นต้น รวมทั้ง สสจ. ลงพื้นที่แล้ว 6 ใน 8 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ นครราชสีมา อำนาจเจริญ หนองบัวลำภู และสิงห์บุรี สำหรับอีก 2 จังหวัดที่เหลือ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ จะลงพื้นที่ จ.พังงา และวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว

