แพทย์เผยอันตรายจาก ‘เชื้อราที่เล็บ’ รีบรักษาก่อนลามไปจุดอื่น

27.02.24 | 11:07 น.

แพทย์เผยอันตรายจาก ‘เชื้อราที่เล็บ’ รีบรักษาก่อนลามไปจุดอื่น

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า โรคเชื้อราที่เล็บ เกิดจากการสัมผัสดินหรือพื้นผิวที่สกปรก หรือติดเชื้อจากบริเวณอื่นหรือใช้รองเท้าร่วมกับผู้อื่น ซึ่งการป้องกันจากโรคเชื้อราที่เล็บนั้น ควรรักษาความสะอาดของมือเท้าและเล็บอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช้กรรไกรตัดเล็บ หรือรองเท้าและของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น ไม่ควรเดินเท้าเปล่าบนดินหรือพื้นผิวสกปรก และควรเลือกรองเท้าหรืออุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม ถ้าสังเกตเห็นโรคเชื้อราขึ้นตามผิวหนังบริเวณอื่น เช่น มือ เท้าและลำตัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อราที่เล็บหรือที่ผิวหนังบริเวณอื่นตามมา

ด้าน พญ.ชินมนัส เลขวัต นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคเชื้อราที่เล็บมีลักษณะเล็บที่หนาขึ้น และเปลี่ยนสีเป็นสีขาว เหลือง น้ำตาลหรือดำ มีรูปร่างผิดปกติ ใต้เล็บเป็นขุย และถ้าอาการรุนแรงมากขึ้น อาจมีอาการเจ็บที่เล็บได้ ซึ่งการรักษาโรคติดเชื้อราที่เล็บนั้น เมื่อพบว่าตนเองเป็นควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาด้วยการรับประทานยาฆ่าเชื้อรา

“จะใช้เวลา 2-3 เดือนสำหรับเล็บมือ และ 3-4 เดือนสำหรับเล็บเท้า ผู้ป่วยที่รับประทานยาควรได้รับการตรวจเลือดเพื่อเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และต้องระมัดระวังในการรับประทานยาฆ่าเชื้อราควบคู่กับการรับประทานยาชนิดอื่นเพราะอาจมีผลกระทบได้ในผู้ป่วยที่มีอาการมาก ในกลุ่มนี้ อาจต้องได้รับการรักษาทั้งยารับประทานและยาทาฆ่าเชื้อราควบคู่กัน ก่อนใช้ยาทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ ผู้ที่มีการตอบสนองไม่ดีต่อการรักษา เช่น โรคเบาหวานที่ยังควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี โรคที่มีผลต่อหลอดเลือดปลายนิ้ว ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ” พญ.ชินมนัสกล่าว