เนื่องในสัปดาห์รณรงค์ “โรคงูสวัด” (Shingles Awareness Week) ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – วันที่ 3 มีนาคม 2567
บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GSK ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ใน 12 ประเทศ จำนวน 3,500 คน เกี่ยวกับเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับโรคงูสวัด สิ่งกระตุ้น และผลกระทบของโรคงูสวัดต่อคุณภาพชีวิต ซึ่ง GSK ร่วมกับสหพันธ์ผู้สูงอายุระหว่างประเทศ (IFA) จัดทำขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาด้านการขาดความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคงูสวัด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพูดคุยและหารืออย่างจริงจังระหว่างกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคงูสวัด

ทั้งนี้ ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงของโรคงูสวัด โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ พบว่า จำนวนมากไม่เข้าใจความเสี่ยงในการเป็นโรคงูสวัด โดยร้อยละ 86 ประเมินความเสี่ยงโรคงูสวัดต่ำกว่าความเป็นจริง โดย 1 ใน 4 หรือร้อยละ 26 หรือประมาณ 1 ใน 100 คน มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคงูสวัดได้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ 1 ใน 5 หรือร้อยละ 17 คิดว่าโรคงูสวัดอาจเกิดขึ้นใน 1 ใน 1,000 คน และเกือบครึ่ง หรือ ร้อยละ 49 เชื่อว่า พวกเขาไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคงูสวัด
GSK ระบุว่า คนที่อายุ 50 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่ มีเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคงูสวัดในร่างกายอยู่แล้ว และเชื้อไวรัสอาจกลับมาแผลงฤทธิ์เมื่ออายุมากขึ้น โดยโรคงูสวัดเกิดจากการกลับมาเป็นซ้ำของไวรัส varicella-zoster (VZV) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกันกับไวรัสที่ก่อให้เกิด “โรคอีสุกอีใส” เมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อจะลดลง ส่งผลให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคงูสวัดเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปจึงมีความเสี่ยงสูงขึ้น
โดยผลสำรวจพบว่า คนส่วนใหญ่ไม่ทราบถึงอาการปวดที่เกิดจากโรคงูสวัด ซึ่งจะมีอาการเป็นผื่นแดง และมีตุ่มน้ำใส สร้างความเจ็บปวดบริเวณหน้าอก ท้อง หรือใบหน้า ทำให้ปวดแสบร้อน ปวดเหมือนมีเข็มทิ่มแทง หรือรู้สึกเหมือนไฟชอร์ต โดยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1 ใน 10 คน ไม่ทราบถึงอาการของโรคงูสวัด และมากกว่า 1 ใน 4 หรือร้อยละ 28 เชื่อว่า โรคงูสวัดจัดอยู่ในโรคที่ “ไม่อันตราย”
หลังจากผื่นงูสวัดทุเลาลง ผู้ป่วยโรคงูสวัดบางคนอาจประสบกับอาการปวดตามแนวเส้นประสาทตามมา ซึ่งเป็นอาการปวดเส้นประสาทเรื้อรังที่อาจกินเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน และบางครั้งอาจคงอยู่นานหลายปี ทั้งนี้ มีผลการศึกษาต่างๆ พบว่า อาการปวดตามแนวเส้นประสาท เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดของโรคงูสวัด โดยพบร้อยละ 5-30 ของผู้ป่วยโรคงูสวัด

นางมาเรีย คริสติช กรรมการผู้จัดการ GSK (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผลการสำรวจนี้แสดงให้เห็นว่า มีความจำเป็นต้องเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงและผลกระทบของโรคงูสวัด
“ในฐานะตัวแทนของผู้สูงอายุทั่วโลก เรามีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในความพยายามระดับโลกในครั้งนี้ ในการยกระดับความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคงูสวัด เพื่อช่วยให้ผู้ใหญ่วัยกลางคนตระหนักถึงความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโรคงูสวัด ซึ่งเป็นโรคที่สร้างความเจ็บปวด” นางมาเรียกล่าวและว่า การสำรวจครั้งนี้ยังได้สอบถามเกี่ยวกับแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพ พบว่า ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปจำนวนมาก จะเลือกค้นหาข้อมูลสุขภาพที่ไม่ใช่วิธีดั้งเดิม โดยร้อยละ 90 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ใช้เครื่องมือค้นหาบนอินเตอร์เน็ต เช่น กูเกิ้ล ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นว่า ผู้คนต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคงูสวัดและแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพที่เชื่อถือได้ โดยในการสำรวจการค้นหาข้อมูลทั่วโลกจากกูเกิ้ล ระยะเวลา 12 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 พบว่า มีความจำเป็นที่จะต้องสื่อสารเกี่ยวกับโรคงูสวัดมากขึ้น โดยวัดจากผลการค้นหาออนไลน์ มีความสนใจค้นหาเกี่ยวกับระยะอาการของผื่นที่เกิดจากโรคงูสวัด เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 600 สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในโรคงูสวัดที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการมีแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพบนอินเตอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น

ด้าน พญ.บุษกร มหรรฆานุเคราะห์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ GSK (ประเทศไทย) กล่าวว่า GSK เล็งเห็นความสำคัญในการทำงานร่วมกับ IFA เพื่อยกระดับความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงของโรคงูสวัดสำหรับผู้ที่อายุเกิน 50 ปีขึ้นไป ผลการวิจัยใหม่นี้ แสดงให้เห็นถึงการขาดความเข้าใจเกี่ยวกับโรคงูสวัด และกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคดังกล่าว
“โรคงูสวัดเป็นโรคที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก เนื่องในสัปดาห์รณรงค์โรคงูสวัด จึงต้องการให้ทุกคนปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคงูสวัดที่สร้างความทุกข์ทรมานและอาจส่งผลกระทบต่อเราตลอดชีวิต” พญ.บุษกรกล่าวย้ำ

